สมองเต็มไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวที่หมุนวน ดั่งมหาสมุทรที่กำลังคลั่งดูดทุกสิ่งจมลงใต้ทะเลลึก รอบแล้วรอบเล่าของมวลความทรงจำที่ผ่านความรับรู้ของฉัน บางส่วนผลักหยดน้ำใสๆให้ไหลจากดวงตา บางส่วนลงสู่หัวใจเพื่อเผาผลาญหัวใจดวงนี้ให้เป็นจุล เวลาแห่งความเจ็บปวดยาวนานไม่จบสิ้น ฉันหมุนตัวไปรอบๆ รอบๆ เหมือนอยู่บนลานน้ำแข็ง หยดน้ำตากระเซ็นหายไปตามแรงเหวี่ยง ฉันหมุนตัวไปรอบๆด้วยความเร็วสูงจนภาพทั้งหลายยืดออก เสี้ยววินาทีหนึ่งร่างของฉันร่วงหล่นลงท่ามกลางพื้นน้ำแข็งที่เย็นเฉียบ และสายตาของคนนับร้อยที่จ้องมองเธอ
ฉันล้มตัวลงนอนตั้งแต่หกโมงเย็น ภาพความทรงจำผ่านไปช้าๆทีละช็อตเหมือนกล้องที่เด็กใช้ส่องดูตัวการ์ตูน ภาพตัวการ์ตูนกลับกลายเป็นหน้าของฉันที่ยิ้มให้กล้อง ภาพของฉันที่ถูกแอบถ่าย ภาพของฉันที่กำลังตักขนมหวานเข้าปาก ภาพของฉันที่กำลังจ้องมองใบหน้าของคนที่รักที่สุด ฉันรู้สึกเจ็บ เสียงดังแชะๆ เด็กผู้หญิงผมเปีย เสื้อเอี๊ยมสีแดงถือกล้องเด็กเล่นอันนั้นไว้ในมือพลางเล็งมาที่ฉัน ฉันตรงเข้าไปคว้ากล้องอันนั้นคืนมา แต่ยิ่งวิ่งเข้าไปใกล้เท่าไหร่ เด็กผู้หญิงคนนั้นก็ออกห่างไปเรื่อยๆ ฉันร้องไห้ น้ำตาไหลไม่หยุด น้ำตาไหลลงสู่ปอดจนหายใจไม่ออก ฉันไอ เด็กผู้หญิงวิ่งวนไปมา หัวเราะเยาะเย้ย ฉันอายที่สุดที่ให้เด็กตัวเล็กๆเห็นความอ่อนแอของฉัน ฉันพยายามกลั้นน้ำตาแต่ก็ทำไม่ได้ เด็กผู้หญิงวิ่งไปรอบๆ กระโดดและหมุนตัว ผมเปียสะบัดไปมา เธอไม่สบตาฉันแต่กลับวิ่งตรงไปยังวงล้อหมุน วงล้อหมุนไปๆ ตามแรงผลักที่ไม่มีตัวตน เหมือนใบพัดของพัดลมที่หมุนเร็วขึ้นๆจนกลายเป็นภาพช้า เด็กผู้หญิงหันมาแสยะยิ้ม ปากขยายใหญ่กว่าที่เด็กคนหนึ่งจะอ้าได้ ดวงตาสีดำมืดสนิทดั่งหลุมดำกลืนกินทุกสิ่ง จมลึกลงไปในความมืดมิด มีหมู่มวลนกนางแอ่นมากมายมหาศาล ส่งเสียงร้องดังจนแสบแก้วหู นกบินฉวัดเฉวียนไร้จุดหมาย กลิ่นไอของทะเลปะทะจมูก ความรู้สึกอบอุ่นของจากสัมผัสของร่างๆหนึ่ง เสียงกระซิบดังขึ้นเบาๆข้างหู ทำให้รู้สึกจักจี้ ทันใดนั้นร่างนั้นก็หายไปฉับพลันพร้อมๆกับบรรยากาศแห่งท้องทะเล
ทุกอย่างพลิกกลับจากบนลงล่าง ฉันพยายามยึดอะไรก็ตามที่ยึดได้ แต่ก็ล้มเหลว ร่างของฉันตกลง ตกลง ลงไปในห้วงหุบเหวลึก
เสียงใสๆของเด็กผู้หญิงดังขึ้น จับใจความไม่ได้ ประสาทสัมผัสเริ่มกลับมา ความเจ็บปวดไหลรินท่วมท้นปอดจนแทบจะหายใจไม่ได้
"สวัสดี" เสียงเล็กๆนั้นดังซ้ำขึ้น ฉันรับรู้ความหมายของมันแล้ว ฉันลืมตาเต็มที่ มือค้ำยันตัวเองขึ้นจากที่นอนจนหัวกระแทกหัวเตียง
"โอ๊ย" ฉันใช้มือคลำหัว หน้าตาเหยเก
"เธอเจ็บไหม" เสียงแผ่วเบาดังใกล้ๆ ฉันพยายามเพ่งมองไปในความมืด รอบตัวฉันมีเพียงเศษเสี้ยวของแสงจากเศษเสี้ยวของดวงจันทร์ ใจของฉันเต้นตูมตาม ใครนะ ใครกัน ที่เรียกฉัน
"ใคร" ฉันพูดออกไปในความมืด เสียงของฉันละลายจางหายไปกับความว่างเปล่า บางทีฉันอาจจะฝันไป ไม่มีใครอยู่หรอก จะมีได้ยังไง ฉันนอนอยู่ในห้องที่ล็อกประตู
ล็อกประตูก็กันฉันไม่ได้หรอก เสียงนั้นดังขึ้นอีกแล้ว แต่ไม่ได้ดังอยู่ข้างหู เสียงนั้นกลับดังอยู่ในหูเลยต่างหาก
เธอไม่รู้หรอกว่าฉันเป็นใคร แต่ฉันรู้จักเธอดี เสียงนั้นดังขึ้นอีก หากแต่ดังขึ้น ชัดชึ้น และเต็มไปด้วยความอบอุ่น อย่างคราวที่ฉันอยู่ที่ทะเล ความเจ็บปวดกลับมาเติมเต็มปอดอีกครั้ง ฉันไอ
ฉันหลับตา เห็นภาพ ความมืด
ฉันลืมตา เห็นภาพ ความมืด
เธอไม่เห็นฉันหรอก ฉันอยู่ในนี้ เด็กสาวเอ่ยพูดพร้อมชี้หัวของฉัน ฉันรู้ได้อย่างไรว่าเด็กสาวคนนั้นชี้หัวของฉัน ฉันเองก็ไม่แน่ใจนัก
เธอเป็นใคร ต้องการอะไร ฉันถามในความคิด ตอนนี้ฉันไม่แน่ใจแล้วว่ากำลังหลับตาหรือลืมตาอยู่
ฉันไม่ต้องการอะไรจากเธอ ฉันต้องการจะให้เธอ
ให้ฉัน ให้อะไร
ให้อะไรก็ได้
ให้อะไรก็ได้
ใช่ ให้อะไรก็ได้ เธออยากได้อะไรล่ะ คำถามนั้นทำให้ฉันต้องครุ่นคิด คิด และก็คิด ฉันคิด แต่กลับไม่มีอะไรเลยอยู่ในความคิดของฉัน ทุกอย่างกลับว่างเปล่าอย่างแปลกประหลาด ฉันต้องการอะไรนะ
ฉันพยายามนึกถึงสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุด แต่ก็ไม่เห็น ฉันจึงพยายามเพ่งมองออกไปในความมืดแต่ก็ไม่เห็น
เสียงอะไรน่ะ ฉันถามตัวเอง เพราะทันใดนั้นเอง ฉันได้ยินอะไรบางอย่าง เสียงดนตรี สูงต่ำ ทำนองแปลกประหลาด ดังๆค่อยๆ เสียงเครื่องดนตรีหลากหลายชนิดดังประสานกัน เสียงกลองดังขึ้น
ผ่าง
เสียงไวโอลินดังขึ้นและถี่รัว ไวทยากรตวัดไม้กายสิทธิ์อยู่เบื้องหน้าของฝูงนักดนตรี
ตกลง เธอคิดได้หรือยังว่าต้องการอะไร
ฉันตอบไปในทันที
ฉันขอไม้กายสิทธิ์อันนั้น ฉันจะไปเสกดนตรีให้เกิดขึ้นอีกครั้ง
เบื้องหน้าคือเพดานสีขาวมัว แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างพาดผ่านโต๊ะเขียนหนังสือ และเตียงที่ฉันนอนอยู่ ฉันผลักตัวลุกขึ้นทันที และมองสายขวาอย่างเลิกลั่ก พยายามมองหาเด็กผู้หญิงคนนั้น เด็กผู้หญิงผมเปีย ใส่เสื้อเอี๊ยมสีแดง แก้มอมชมพู เธอหายไปไหนนะ เด็กผู้หญิงที่ให้อะไรก็ได้แก่เธอ ฉันใช้นิ้วเขี่ยเส้นผมออกจากปากและเดินไปเปิดไฟข้างประตูห้องนอน ห้องนอนมืดทึมสว่างขึ้นทันทีพร้อมๆกับที่ฉันหยีตาหลบแสง ซักพักหนึ่งจึงชินกับแสงจากโคมไฟคิตตี้บนเพดาน สายตากวัดแกว่งรอบห้องนอนสีชมพู โต๊ะเขียนหนังสือเต็มไปด้วยของขวัญวันเกิดที่ได้มาจากคนที่ฉันรักที่สุด ในถังขยะเต็มไปด้วยรูปภาพที่ถูกฉันขยำยับยู่ยี่ ผ่าห่มลายคิตตี้ระพื้นห้อง ไม่มีวี่แววของเด็กผู้หญิงคนนั้น
"นั่นไง" ฉันร้องขึ้นเสียงดังด้วยความยินดีโดยไม่กลัวว่าพ่อที่นอนอยู่ห้องข้างๆจะตื่นขึ้น รูปของเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารัก ผูกเปียสองข้าง เสื้อเอี๊ยมสีแดงกำลังยิ้มอย่างมีความสุข ตั้งอยู่ที่หัวเตียง คนที่ฉันรักที่สุด
รูปถ่ายจากบนเครื่องบิน