วันศุกร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2557

จันทร์ อังคาร พุธ ของสัปดาห์ที่สาม

วันจันทร์
วันนี้ไม่มีอะไรมาก ผมตื่นเช้ามาอย่างง่วงๆ เดินทางตามฝูงชนมหาศาลไปตามทางเดินใต้ดิน จากรถไฟสายหนึ่งต่อไปยังรถไฟอีกสายหนึ่ง รางรถไฟเหมือนรางรถไฟธรรมดามาก มีขอนไม้ มีรางโลหะ และก้อนหินแทรกตามช่อง ในโรงพยาบาลผมเจอกับ เอาส์ Aws เรสซิเดนท์ชาวอิรักที่มาอยู่ห้อง CCU ในห้องมีแต่เคสฉุกเฉินที่ต้องการการติดตามตลอดเวลา
ผมได้เรียนรู้วิธีทำ ECG ABG Echo

หลังจากนั้นผมก็ถูกเฉ่งออกมาจากการไปอยู่ผิดที่ผิดเวลา เซ็งชะมัด เลยออกมานั่งในสวนสาธารณะแก้เซ็ง ซื้อน้ำดื่มราคา 2.5 lei นั่งดูเด็กผู้ชายตุ้ยนุ้ยหัดเล่นโรลเลอร์เบลดกับแม่ทำให้นึกถึงตอนเด็กที่ผมเคยหัดเล่นโรลเลอร์เบลดกับพี่ และก็ทิ้งมันไปทั้งที่ยังเล่นไม่เป็น เมื่อตอนอยู่มัธยมปลาย ได้ไปแลกเปลี่ยนที่สิงคโปร์ ผมดันไปเลือกเล่นโรลเลอร์เบลดแทนที่จะขี่จักรยาน ก็เลยล้มกลิ้งไม่เป็นท่า ได้แผลไปยับเยิน ทั้งขา ทั้งมือ รู้งี้ผมน่าจะหัดให้เป็นตั้งแต่เด็กๆ

ผมทานอาหารคนเดียวในโรงอาหาร ผมได้หมูปิ้งชิ้นแห้งๆกับซุปมะเขือเทศและขนมปัง อิซิสชอบซุปนี้มาก

ผมเดินเลยมาถึงสวนสาธารณะชีสมิจิว วันนี้มีงานเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ มีผู้คนต่างๆนาๆมาเปิดท้ายขายของ มีถ้วยชามลายแปลกตา เสื้อผ้าประจำท้องถิ่น ต้นไม้ น้ำผึ้ง ตุ๊กตาวันอีสเตอร์ทั้งกระต่ายและที่ขาดไม่ได้คือไข่อีสเตอร์ และขนมหวานมากมายหลากหลาย มีร้ายหนึ่งทำมามาลิก้าและผักกาดห่อหมูขาย คนซื้อต่อคิวกันยาว

หลังจากนั้นผมเดินมาที่ร้านหนังสือที่เคยมีจัดงานเปิดตัวหนังสือใหม่ ร้านนี้เป็นร้านใหญ่มีมุมกาแฟตั้งอยู่ที่มุมหนึ่ง ผมละออกจากร้านและเดินต่อไปยังร้านหนังสืออีกร้านหนึ่ง ผมมาตามหาหนังสือของอซิมอฟ ผมเลือก The End of Eternity หนังสือชื่อเดี่ยวกับเรื่องสั้นที่ผมเคยแต่งโดยไม่เคยรู้จักหนังสือเล่มนี้มาก่อน ผมตามหาหนังสือเล่มนี้อยู่ซักพักในประเทศไทย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะหาไม่เจอหรือผมไม่ได้ใส่ใจนักทำให้ผมไม่พบหนังสือเล่มนี้ในประเทศไทย หลังจากนั้นผมไปเจออิซิสที่โบสถ์หน้าโรงพยาบาลที่ผมเรียน เพื่อรอซิลเวียร์พาไปจิบน้ำชา อิซิสจัดการเรื่องประกาศนียบัตรอยู่ซักพัก เพราะประกาศนียบัตรมาช้ากว่าที่ตกลงกันไว้ อิซิสเลยเฉ่งเข้าให้

เราสามคนเดินไปยังร้านน้ำชาที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ ร้านอยู่ใต้ดิน แต่งร้านแบบแปลกๆ กึ่งๆเอเชีย เราสั่งน้ำชาคนละกา โดนไปร้อยกว่าบาท บรรยากาศน่านอนเป็นที่สุด


วันอังคาร 

ผมเดินทางไปโรงพยาบาล ซื้อกาแฟร้านประจำราคา 2 lei ใส่นม 1.5 lei ไม่ใส่นม วันนี้ทุกคนยุ่งที่สุด ผมเลยจากมาอย่างเงียบๆ ผมวางแผนจะไปพิพิธภัณฑ์ศิลปะ ลงสถานี Piata Romana แล้วเดินต่ออีกหน่อยก็เจอ ผมเดินหาทางเข้าแต่ไม่เจอประตูเปิด เลยดูในหนังสือท่องเที่ยว พบว่ามันปิด ผมเลยเดินมานั่งหน้าอนุสาวรีย์ไม้เสียบมันฝรั่งเปื้อนเลือดอีกครั้ง พอดีที่กลุ่มคนเที่ยวชมเมืองกลุ่มหนึ่งเดินมาพอดี ผมเจอผู้หญิงแขกคนหนึ่งเลยเข้าไปทัก จนรู้ว่าทัวร์เมืองอันนี้ไม่เสียเงิน ผมเลยเข้าร่วม ผู้หญิงวัยกลางคนมากับสามีเดินทางท่องเที่ยวยุโรป พวกเขาเคยมาประเทศไทยเมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว พวกเขาอยู่ที่บูคาเรสต์ถึงวันนี้และจะเดินทางต่อไปยังบูดาเปสต์ สามีทำงานที่ดูไบ และอีกเมืองหนึ่งในซาอุดิอาราเบีย คนไทยไปทำงานที่นั่นเยอะมาก

จากการชมทัวร์เมืองฟรีๆ จึงได้รู้ว่าอนุสาวรีย์นี้แท่งไม้คือประชาธิปไตย มันฝรั่งคือคอมมิวนิสต์ ส่วนเลือดนั้นมาจากลูกบอลสีที่ชาวเมืองขว้างขึ้นไปเพราะเกลียดอนุสาวรีย์รูปทรงประหลาดนี้

หลังจากนั้นผมก็เดินตามหาร้านพิซซ่าที่เขียนไว้ในหนังสือท่องเที่ยวโลกเดี่ยวอันเดียวดาย แต่กลับหาไม่เจอ เลยเดินทางต่อไปยังด้านหลังของสวนชีสมิจิว ผมแวะทานข้าวที่ร้านพิซซ่าร้านหนึ่ง นั่งรอกว่าสี่สิบนาที พิซซ่าหน้าปลาเค็มถึงมาเสิร์ฟ รสชาติใช้ได้แต่ไม่ดีเลิศ และที่สำคัญปลาเค็มนั้นเค็มปี๋ (pizza napolitana?) หมดไป 35 lei

ผมเดินจากด้านหลังสวนชีสมิจิว ซื้อไอศครีมกินท่ามกลางอากาศอันเหน็บหนาว ผมเดินอยู่ในสวนสาธารณะเดิมแต่ในบริเวณที่ไม่เคยเดินมาก่อน ต้นไม้แตกกิ่งก้านสาขาไม่ต่างจากหลอดเลือดที่แตกแขนงไปเลี้ยงเนื้อเยื่อต่างๆ ต้นไม้ไร้ใบกำลังจะผลิใบในไม่ช้า
ผมเดินไปดูที่ทิ้งขยะในหอพัก และพยายามหาว่ามันหล่นไปตรงไหน ผมลงชั้นล่างผ่านปล่องบันไดหนีไฟ สุดท้ายก็หาไม่เจอเพราะทางบันไดดันไปเชื่อมกับร้านอาหารข้างๆ เป็นการผจญภัยแบบเด็กๆ เล็กๆน้อยๆแก้เซ็ง


วันพุธ 

วันนี้ผมตื่นสาย เมื่อคืนผมรอเมซเสซจากอาจารย์มาเรียจนเกือบตีหนึ่ง แต่ไม่เห็นมีมาซักที ผมเลยเข้านอนและไม่รู้ว่าวันพุธต้องไปโรงพยาบาลกี่โมง ผมเลยตื่นสาย ตอนเช้ามาจึงเห็นว่ามีเมซเสซจากอาจารย์มาเรียเข้ามา! เกี่ยวกับเรื่องเอกสารต่างๆ และผมต้องไปโรงพยาบาลแต่เช้า ผมไปถึงสิบเอ็ดโมง โดนอาจารย์ว่านิดหน่อยแล้วจึงนั่งรอจนถึงเที่ยง เคสของงานวิจัยมาพอดี เธอเป็นมะเร็งเต้านมและได้รับเคมีบำบัด และกำลังจะเข้ารับการผ่าตัด มาเรียทำ เอคโค่หัวใจอยู่ซักพักใหญ่ๆ ถ่ายรูปเอาไว้เพื่อนำมาวิเคราะห์ภายหลัง หลังจากนั้นคนไข้ก็ขึ้นไปตรวจการทำงานของหลอดเลือด เพราะเคมีบำบัดนอกจากจะมีผลกับหัวใจแล้วยังมีผลกับหลอดเลือดอีกด้วย เริ่มด้วย Arteryograph วัดความดันของหลอดเลือด โดยใช้เครื่องคล้ายๆกับเครื่องวัดความดันโลหิต ข้อมูลบันทึกไว้เป็นกราฟ ต่อมาใช้เครื่อง ALOKA เป็นเครื่องอัลตราซาวน์แบบเดียวกับที่ใช้ดูหัวใจแต่เครื่องนี้ใช้ดูหลอดเลือด วัดค่าอยู่สองค่า คือ ความหนาของ ชั้น Media ของหลอดเลือด แครอติดข้างขวา และวัดการทำงานของเอนโดทีเลียมโดยดูการขยายตัวของหลอดเลือดหลังบีบรัดหลอดเลือด (Reactive Hyperemia) สุดท้ายวัดด้วย COMPILOR โดยดูความเร็ว Pulse pressure ที่ไปสู่ แครอติดข้างขวา เรเดียลข้างขวา และฟีมอรัลข้างขวา โดยวัดกระแสไฟฟ้า เมื่อวัดเวลา และใช้ตลัปเมตรเพื่อวัดระยะจากหน้าอกสู่หลอดเลือดทั้งสาม

ผมไปกินข้าวที่โรงอาหารกับอิซิส ผมชวนเธอไปพิพิธภัณฑ์ศิลปะด้วยกันแต่เธอปฏิเสธและบ่นปวดหัว ผมจึงต้องไปดูคนเดียว ครั้งนี้รู้เส้นทางจึงเดินผ่านสวนชีสมิจิว ผ่านร้านพิซซ่าร้านเมื่อวาน และตรงไปยังพิพิธภัณฑ์ ค่าเข้าสำหรับนักเรียน 2 lei เสียดายที่ข้างในไม่ให้ถ่ายรูป ผมเดินดูไล่จากศิลปะสมัยยุคกลาง ที่แทบทั้งหมดมาจากโบสถ์และเกี่ยวกับกับศาสนาคริสต์ ทั้งผ้า ภาพบนไม้ ไม้แกะสลัก บัลลังก์ ต่อมาก็เริ่มดูเป็นงานแบบที่เราคุ้นเคยกัน เป็นภาพพอร์ตเทรท์วาดด้วยสีน้ำมัน ต่อมาก็ผ่านยุคimpressionism จนกลายมาเป็น modern และ post-modern  (และอีกหลายๆยุคที่ผมจำไม่ได้ เช่นภาพสีเหลี่ยม ภาพแต้มจุดหลายๆสี)

หลังจากใช้เวลาอยู่สองชั่วโมง หรือกว่านั้น ก็ย่างเข้าหกโมงเย็น ผมกลับมาที่โฮสเตลแล้วเปลี่ยนแจ็คเกตตัวใหม่ให้หนากว่าเดิม และคืนนี้สองทุ่มสิบห้าเราจะไปพบกับคนอีกสิบกว่าคนเพื่อไปเล่น Laser tag! เกมยิงปืนเหมือนเพนต์บอลแต่ใข้เลเซอร์และเซนเซอร์ ราคาแค่ 15 lei ต่อคน ต่อยี่สิบนาที!งานนี้คนไปกันเยอะแยะ ทั้ง ทูดอร์และแอนเดรียและทูดอร์อีกคน มาเรียและแอนเดรีย ผมส้มและผมสั้น อิซิสและผม ไอโออนา ผู้หญิงอีกสองคนที่ไม่รู้จัก และผู้ชายอีกคนที่จำไม่ได้

ผมวิ่งยิงวิ่งยิง กลิ้งยิง กระโดดยิงได้แค่ห้านาทีก็เหนื่อยจนกลายมาเป็นซุ่มยิง และทุกคนดูดีใจที่ผมถูกยิง โดยเฉพาะอิซิสและอิโออนา เล่นไปเล่นมาตอนหลังไม่รู้ใครเป็นใคร เกมก็จบลงด้วยความเหนื่อยปานจะขาดใจ ด้วยความที่ไม่ชอบออกกำลังกายเลยได้รู้เลยว่า ผมอ่อนแอสุดๆ ผลออกมาผมชื่อซีนอนได้ที่ 7 จาก 13 ส่วนอิซิสได้ที่ 1! ผมยิงกระสุนน้อยกว่าเธอครึ่งหนึ่ง! ยอมแพ้ครับ (หลังจากนั้นก็ปวดท้อง หน้าซีดไปซักพักแล้วค่อยดีขึ้น)


ทุกคนแยกย้ายกันกลับบ้าน ผมกับอิซิสใช้เวลากับอาหารที่เคบับอีกเจ้าหนึ่งบนถนนทิศใต้ ผมดันสั่งขนมปังแข็งๆที่กรามที่แสนอ่อนแอของผมเคี้ยวไม่เข้า เลยต้องค่อยๆกินค่อยๆกลืนอยู่นาน อิซิสถามว่าผมอายุเท่าไหร่ 80 หรอ ผมจึงตั้งปณิธานว่าเปิดเทอมผมจะออกกำลังกายทุกวัน ตรงข้ามโรงพยาบาลก็คือสวนลุม ผมจะวิ่งไม่ก็ขี่จักรยานที่นั่นทุกวัน ทำได้หรือเปล่าไม่รู้ แต่จะพยายาม

วันอังคารที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2557

วันอาทิตย์ วันหยุด

วันอาทิตย์ พวกเราตัดสินใจว่าจะไม่ไปงานสัมมนาอีก ผมได้หนังสือ The Trial โดย Kafka มาจากร้านหนังสือใกล้ Old city center ตอนเย็นเราจะเดินทางไปกินอาหารไทยที่ร้าน Kunnai ใกล้ เมโทร Grivita กับรุกซานดราและแอนา ทันใดนั้นเองที่ผมเปิดดูเมนูอาหาร ขนมถ้วยละสี่ร้อยห้าสิบบาท แกงเขียวหวานสามร้อยห้าสิบบาท และอื่นๆที่ราคามากกว่าสามร้อยทุกจาน สำหรับผม ผมยังพอรับได้เพราะถือว่ามาเที่ยว แต่สำหรับคนที่นี่พวกเขาไม่สามารถจ่ายอาหารมื้อละห้าร้อยบาทได้ พวกเราเลยเปลี่ยนแผน อิซิสเสนอให้ไปห้างโพรเมนาดา(Promenada) ที่เมโทร Aurel Vlaicu หล่อนแนะนำให้กิน falafel อาหารอียิปต์ ผมได้ฟาลาเฟลแบบไม่ม้วน อิซิสได้ฟาลาเฟลแบบม้วน แอนาได้หมี่ผัดกล่องหนึ่งของจีนราคา 17 lei กล่องนิดเดียว ถ้าบ้านเรากล่องเท่านี้สามสิบบาท (แต่ก็เข้าใจว่าอาหารจีนก็ถือว่าexoticอยู่พอตัว ราคาก็เลยสูง) ส่วนรุกซานดราได้อาหารแบบไก่ๆ มันฝรั่งๆ

Falafel เป็นแผ่นแป้งที่ห่อผักต่างๆ มีข้าวผัดดูเผ็ดๆ(แต่ไม่เผ็ด) ซอสกระเทียม ซอสเผ็ด(แต่ไม่เผ็ด) มายองเนส และตัวฟาลาเฟล ฟาลาเฟลคือส่วนผสมของมังสวิรัติและกลิ่นผงกะหรี่ คล้ายกะหรี่ปั๊ป เอาไปทอดหน้าตาคล้ายหมูก้อน รสชาติดีทีเดียว และได้น้ำส้มหนึ่งแก้ว

หลังจากนั้น ผมก็กลายเป็นเงาตามสาวๆชอปปิ้งอีกตามเคย แอนาเป็นคนที่สนใจพุทธ จิตวิญญาณอย่างมาก วันนี้(วันอังคาร) หล่อนบอกว่าไปทำสมาธิอยู่ที่สวนสาธารณะชิสมิจิว ผมเลยอธิบายเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับพุทธศาสนาเท่าที่ผมรู้ และด้วยความเข้าใจของผมเอง ทุกคนบอกว่าพุทธศาสนานั้นน่าสนใจ

ผมเล่าว่า พระพุทธเจ้าสอนให้ไม่เชื่ออะไรเลยในเบื้องต้น และถ้าเราจะเชื่อในสิ่งใดต้องพิสูจน์สิ่งเหล่านั้นด้วยตนเองก่อน
ความรู้ในจักรวาลเรามีมากมายมหาศาลเหมือนใบไม้ในป่าใหญ่ แต่ความรู้ที่เราควรรู้ (เพื่อพ้นทุกข์) นั้นมีเท่าใบไม้ในกำมือ ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นด้วยเหตุ แต่เราไม่มีทางรู้เหตุทั้งหมดที่ทำให้เกิดผลนั้นเพราะมันซับซ้อนจนเกินไป สิ่งที่เราควรสนใจคือการรู้สึกตัวว่าตอนนี้เรากำลังทำ คิด รู้สึกอะไรอยู่

บางคนถามผมเรื่องนรกสวรรค์ ผมเลยให้คำแนะนำว่า พระพุทธเจ้าสอนคนด้วยระดับที่แตกต่างกัน คนที่มีสติปัญญาน้อยอาจสอนเรื่องความดีความชั่ว นรกสวรรค์ สติปัญญาและบารมีมากหน่อยก็สอนเรื่องหนทางพ้นทุกข์ เป็นต้น

ผมยังบอกคนอื่นๆว่า พุทธศาสนาอาจหายไปจากโลกในช่วงเวลาอันสั้น (หายหมายถึงไม่มีคนนับถือ) เพราะไม่มีผู้เผยแพร่ศาสนา (ตั้งแต่มาที่โรมาเนีย ผมเจอผู้เผยแพร่ศาสนาที่ดูเป็นคนธรรมดาทั่วไปเข้ามาทักถึงสองคน คนแรกเป็นผู้ชายที่เข้ามาชวนให้ไปร่วมอ่านคัมภีร์ไบเบิลด้วยกัน ผมออกตัวว่าเป็นชาวพุทธ เขาก็บอกว่า พระเยซูสามารถช่วยผมให้ไปสวรรค์ได้ แต่พระพุทธเจ้านั้นช่วยไม่ได้หรอก อีกคนหนึ่งเป็นผู้หญิงมากับรถเข็นใส่เอกสาร เข้ามาชวนไปฟังเรื่องพระเยซูเป็นภาษาอังกฤษ หรือไปเปิดเวปไซต์ก็มีกว่าเจ็ดสิบภาษารวมทั้งภาษาไทยด้วย! และผมยังเห็นรถเข็นเหล่านี้อีกสองสามแห่ง หรือถ้าเป็นอิสลาม เมื่อแต่งงานแล้วต้องเปลี่ยนศาสนาไปเป็นอิสลาม แล้วชาวพุทธจะไปไว้ที่ไหน ไอสไตน์เคยกล่าวไว้ทำนองว่า ถ้าจะมีศาสนาไหนที่เป็นศาสนาแห่งจักรวาล ที่ไม่ขัดกับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ศาสนานั้นคือศาสนาพุทธ แต่เท่าที่รู้คนที่นับถือพุทธนั้นน้อยลงไปเรื่อยๆ แต่ในอีกมุมหนึ่ง นักเรียนที่ผมเจอแทบทุกคนบอกว่าพวกเขาไม่ค่อยเคร่งศาสนาเท่าไรนัก และบางคนบอกว่าศาสนาคริสต์(ที่พวกเขานับถือในโรมาเนียคือนิกายออโธดอกซ์) นั้นบังคับจนเกินไป ไม่เหมือนศาสนาพุทธที่มีอิสรภาพ (หล่อนสรุปจากคำอธิบายของผม ซึ่งอาจจะไม่ถูกต้องนัก) และเล่าเรื่องๆหนึ่งที่แม่ของเด็กคนหนึ่งรักลูกของตัวเองมากกว่าพระเจ้าทำให้หล่อนลงนรกโดนลงโทษอย่างแสนสาหัส ซึ่งเรื่องนี้ทำให้หล่อนไม่ชอบศาสนาคริสต์

อิซิสและแอนาเคยอ่าน Metamorphosis ของ Kafka


พวกเราคุยกันเรื่องหมอ ที่นี่การยัดเงินใส่มือหมอเป็นเรื่องปกติ (ผมเห็นกับตาว่าคนไข้ยัดเงินใส่มือหมอ หมอก็ปฏิเสธพอเป็นพิธีแล้วค่อยยัดใส่กระเป๋า เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากหมอไปหาคนไข้เพื่อแนะนำก่อนออกจากโรงพยาบาล) เข้าใจว่ามาจากเงินเดือนอันน้อยนิดของหมอที่นี่ ส่วนในเมืองไทย มีกฎข้อห้ามอย่างชัดเจนว่าห้ามรับเงินหรือสิ่งของมูลค่าไม่เกินเท่าไร ถ้ารับจะมีบทลงโทษอย่างไร  

วันเสาร์ ที่สิบสอง วันที่เท่าไรไม่รู้ในบูคาเรสต์

วันเสาร์
วันนี้ตื่นสายๆไม่รีบร้อน เนื่องจากเป็นวันหยุด ผมเคยนึกแปลกใจว่าทำไมไม่ให้หยุดระหว่างสัปดาห์ เช่น ทำงานวันจันทร์ อังคาร หยุดวันพุธ ทำงานวันพฤหัส ศุกร์ เสาร์ แล้วหยุดวันอาทิตย์ หยุดพักความเครียด ความเหนื่อยล้าไว้ครึ่งสัปดาห์ ผมจะมีความสุขขึ้นมาก ตอนหลังได้มารู้ว่าธรรมเนียมเช่นนี้มีต้นกำเนิดจากทางยุโรปสมัยปฏิวัติอุตสาหกรรม ที่เจ้าของโรงงานต้องการเปิดเครื่องจักรไอน้ำทิ้งไว้ให้นานที่สุด (เมื่อปิดแล้วเปิดใหม่จะเสียเวลาและลดผลิตภาพลง) และแรงงานก็ต้องการวันหยุดพักผ่อน วันหยุดสุดสัปดาห์ก็เลยเกิดขึ้น

แต่วันนี้ก็ไม่ใช่วันหยุดที่เป็นวันหยุดจริงๆ เพราะผมกับอิซิสต้องไปร่วมสัมมนา H.E.A.R.T Conference ที่จัดโดยนักเรียนแพทย์ที่นี่ กว่าที่เราทั้งสอง (รวมทั้งเปเตรที่ถูกอิซิสลากออกไปด้วย กลายเป็นสาม) จะคลานออกจากห้องก็บ่ายโมงแล้ว เราไปกินข้าวกันที่โรงอาหาร (โรงอาหารเปิดจันทร์ถึงเสาร์) ผมเข้าไปก่อนเลยไปสั่งอาหาร เนื่องจากผมกินไก่ปิ้งแห้งๆ และมันฝรั่งทอดมาหลายวัน ผมจึงพยายามสื่อสารให้แม่ครัวเข้าใจว่า ไม่เอาไก่ ไม่เอาเฟร้นฟรายส์ พร้อมทำท่าตาม พออิซิสรู้ว่าผมกำลังทำอะไร หล่อนก็ขำกลิ้ง หลังจากนี้หล่อนก็เอาไปเล่าให้ทุกคนฟัง วันนี้ผมได้หมูฉ่ำๆ อร่อย!

เราสองสามคนนั่งเมโทรจาก Izvor ไป Eroilor ที่คุ้นเคย (เป็นที่ตั้งของคณะแพทย์และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย) เราเดินผ่านปืนใหญ่สองกระบอกและอนุสาวรีย์อะไรซักอย่าง และรูปปั้นอนุสาวรีย์ของเปาเลสกู ผู้ค้นพบอินซูลินคนแรกและถูกขโมยรางวัลโนเบลไป ผมกะว่าจะมาถ่ายรูปกับอนุสาวรีย์ของเขาให้ได้

เราสองสามคนเข้าไปในคณะแพทยศาสตร์อีกครั้ง ครั้งนี้จะเข้าไปในห้องเรียน George Emil Palade (Amphitheater) ห้องมืดๆ คนหยอมแหยม คอมพิวเตอร์ต่อเข้าลำโพงเล็กๆ ถ่ายทอดสัญญาณจากห้องประชุมซักที่หนึ่งจากเมืองอื่น (ถ้าจำไม่ผิด น่าจะเป็น เมือง Craiova) เสียงจากลำโพงแย่จนผมและอิซิสฟังไม่รู้เรื่อง อิซิสฟังไม่รู้เรื่องทำให้ผมมั่นขึ้นว่าหูภาษาอังกฤษของผมไม่ได้แย่ ณ ขณะนั้น เท่าที่รู้คือเกี่ยวกับ EEG(คลื่นสมอง)ของ Hippocampus จะส่งสัญญาณหนึ่ง ซึ่งอาจนำมาใช้วินิจฉัยผู้ป่วยโคมาได้

เรื่องต่อไปที่เราฟังกันคือ Unlocking our imagination เอาเรื่องน่าสนใจมาสร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียนแพทย์ทำวิจัย ผมว่าเรื่องส่วนใหญ่ผมรู้แล้ว เช่น Cancer Hallmarks วิธีที่ให้ได้มาซึ่งยาแขนงใหม่ๆ เป็นต้น

หลังจากนั้น ผม อิซิส ซิลเวียร์ และนักเรียนหญิงอีกสองคนก็ไปร่วมทัวร์ชมเมือง โดยจะมีไกด์ยืนอธิบายเป็นจุดๆตามที่สำคัญๆ อากาศเริ่มหนาวลงๆ ลมพัดแรง ทุกคนใส่ชุดกันหนาวได้เหมาะสมยกเว้นผม หนาวขนาดนี้ไม่เท่าไหร่หรอก

นักเรียนหญิงสองคนนั้น ผมไม่เคยพบมาก่อน คนหนึ่งเป็นสาวผมส้ม ขี้อาย ตัวเล็ก พ่อทำงานในสถานทูตไทยเลยได้กินอาหารไทยอยู่บ้าง หล่อนไม่ชอบขนมไทยเพราะว่ามันไม่หวาน (หล่อนได้ทานกล้วยบวชชีถ้าให้ผมเดา) อีกคนหนึ่งเป็นผู้หญิงผมสั้น ตาสีน้ำตาล เป็นคนที่น่ารักที่สุดตั้งแต่ผมมาโรมาเนีย หล่อนมีเสียงเล็กน่าเอ็นดู และที่สำคัญหล่อนพูดไม่หยุด รองเท้าบู้ตของเธอเปื้อนโคลนเพราะบ้านของเธออยู่ไกล เดินทางเป็นชั่วโมงกว่าจะถึง หล่อนอยู่ในเขตบ้านคนจน เล็บของเธอทาสีดำทั้งสิบนิ้ว หล่อนชอบเล่นวอลเลบอล มีหมาขนสีขาวน่ากอดอ้วนกะปุกลุกจนเดินไม่ไหวเพราะแม่ของเธอให้อาหารมันกินมากไป หล่อนยังชอบร้องเพลงและเคยร้องเพลงประสานเสียงตอนเด็กๆ หล่อนชอบเล่นสเกตบอร์ดน้ำแข็งและเคยเจ็บตัวมาแล้ว เพราะต้องหักลบเด็กน้อยที่เดินไม่รู้อิโหน่อิเหน่เข้ามาในลานสเกต หล่อนชอบทำอาหารมาก ครั้งหนึ่งเคยทำอาหารญี่ปุ่น แต่ผลลัพธ์ออกมากินไม่ได้ ผมจำได้เยอะเพราะหล่อนพูดตลอดเวลา แต่คงเป็นส่วนนิดเดียวที่เธอพูดมา

หลังจากนั้นเราก็ไปหาที่นั่งในบาร์แห่งหนึ่ง ผมสั่งกาแฟใส่เหล้า (ไม่เคยกิน) อิซิสสั่งมิลค์เชค (หล่อนกินแต่ของหวาน) วินาทีต่อมาเบียร์สามแก้วก็วางลงบนโต๊ะของคนสามคน ผู้หญิงผมส้ม ผู้หญิงผมสั้น และซิลเวียร์

ก่อนหน้านั้น ระหว่างที่เดินๆกันไป ทั้งสามคนยกเว้นผมกับอิซิสก็หยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ อิซิสตกใจมากเพราะเห็นพวกหล่อนดูบริสุทธิ์ผุดผ่องขนาดนี้ ที่นี่สูบบุหรี่เป็นเรื่องปกติเหมือนที่เรากินข้าว

เบียร์ที่นี่ไม่แพง ฮูการ์เดนขวดเล็ก 10 lei  (ร้อยบาท)

หลังจากนั้น ทูดอร์ก็มาถึงพร้อมเซอร์ไพรซ์นั่นคือเสื้อยืดที่เขียนชื่อ Isis  ของผมเขียนว่า Tanupat น่าสนใจแต่หาโอกาสใส่อย่างไรดี อยู่ดีๆคงไม่ใส่เสื้อประกาศชื่อของเราให้ทุกคนบนโลกได้รู้ใช่ไหม


หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันกลับ ผมก็หลับเป็นตาย 

วันศุกร์ สุดหรรษา

เมื่อวานวันศุกร์ ผมไปโรงพยาบาลอีกครั้ง วันนี้ได้แต่ดูมาเรียทำ Echocardiogram หลายเคส ส่วนใหญ่จะเป็นมะเร็งเต้านมและปกติ มีรายหนึ่งเป็น Hodgekin lymphoma หน้าตาเหมือนสาวชาวอินเดียวัยรุ่น เคสนี้ต้องใช้คีโมอย่างรุนแรง แต่โอกาสหายนั้นมีมาก ผมเดินตามหล่อนไปตามห้องต่างๆ หล่อนทักคนไข้อย่างเป็นกันเอง ทุกคนดูรักเธอ

ผมยังไม่ได้เริ่มไปดูงานวิจัยใดๆอย่างจริงจัง หล่อนจะพาผมไปดูศูนย์การวิจัยก็อาทิตย์หน้าวันพุธ

หลังจากนั้นดอกเตอร์ลูเชียนก็นัดผมไปกินข้าวเที่ยง ผมต้องตากลมหนาวจนแทบแข็งกว่าที่เขาจะมา สิบห้านาทีแปลว่าหนึ่งชั่วโมงกว่า เขาบอกว่าเดี๋ยวขอคุยกับเจ้าหน้าที่สระว่ายน้ำก่อนเพราะเย็นนี้เขาและลูกชายจะมาว่ายน้ำกัน เขาบอกว่าเขาหย่ากับภรรยาแล้วและมีอิสรภาพเต็มที่

ผมบอกว่าหิวเต็มที ทันใดนั้นเองใครซักคนก็โทรเข้ามาที่เครื่องของเขา และพูดเป็นภาษาโรมาเนีย เขาก็บอกผมว่าต้องไปเจอกับเจ้าของแฟลตที่เขาจะซื้อก่อน เขาก็พาผมและนายหน้าขายบ้านซึ่งเป็นผู้หญิงผมบลอนด์ไปที่แฟลต (อย่างที่เคยบอกไปว่าแฟลตเหล่านี้สร้างขึ้นมากมายสมัยคอมมิวนิสต์) และเราก็เจออาคารที่เราต้องการ เราสามคนเข้าไปในห้องซึ่งอยู่ชั้นหนึ่ง เจ้าของบ้านออกมาต้อนรับ เขาเป็นผู้ชายวัยทำงาน หัวค่อนข้างล้าน ทำอาชีพทนาย เขาให้ถุงพลาสติกครอบรองเท้าของพวกเราทุกคนก่อนเดินเข้าไปในบ้าน บ้านของเขาตกแต่งอย่างสวยงาม ครัวสีขาว มีรูปภาพประดับอยู่ทั่วไป และมีชิ้นงานศิลปะน่าสนใจอยู่หลายชิ้นตั้งอยู่บนชั้น พวกเขาถามว่าบ้านหลังนี้ตีราคาเท่าไหร่ในกรุงเทพมหานคร ถ้าอยู่ใจกลางเมืองใกล้รถไฟฟ้าแบบนี้ หนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ หนึ่งห้องครัว และหนึ่งห้องนั่งเล่น แถมเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมด ผมตีว่า สิบล้านแน่นอน ผมก็เลยบอกไปว่า 300000 ดอลลาร์ ผมว่าไม่น่าผิดไปจากนี้

หลังจากที่เถียงกันและต่างฝ่ายต่างหยั่งเชิง เจ้าของบ้านให้ราคา 62000 ยูโร ส่วนดอกเตอร์ลูเชียนให้ 60000 ยูโร ไม่มากไปกว่านี้

หลังจากนั้นเขาก็พาผมไปภัตตาคารในโรงแรมแห่งหนึ่ง ที่เขาทำงานอยู่ที่นี่ ผมสั่งซุปผักโขมกลับได้ซุปมันฝรั่ง จานที่สองเป็นจานที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมาในโรมาเนีย มันเป็นไก่สอดไส้ชีสนมแพะ ราดซอสเห็ด อร่อยจนผมกินหมดไม่เหลือ

หลังจากนั้นเขาก็ไปทำธุระและบอกให้ผมรอแปปหนึ่ง แปปหนึ่งของเขาคือ สองนาที แต่เขากลับหายไปครึ่งชั่วโมง เขาพาผมไปดูห้องทำงานของเขา เป็นห้องนวดและซาวน่า ผมประหลาดใจเล็กน้อย หมอจบออกฟอร์ดมาทำงานนวดในโรงแรมเนี่ยนะ ถึงว่าเขาถึงรู้จักสมุนไพรหลายชนิด ผมชักจะสงสัยว่าเขาทำงานอะไรกันแน่

หลังจากนั้น เขาก็พาผมไปที่งานประชุมวิชาการเรื่อง ศัลยกรรมพลาสติกตา เขาบอกว่าเขาไม่รู้หรอกว่ามันจัดที่นี่พอดี เขาบอกว่านี่นะเราต้องมาเอาดิปโพลมา (ประกาศนียบัตร เข้าร่วมการประชุม) ซึ่งจะได้แต้ม และเอาไปใส่ใน CVนะ เขาก็ไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไรเพราะเขาไม่ใช่หมอตา ดอกเตอร์ลูเชียนเข้าไปคุยกับดีเทลยาหยอดตาอย่างสนิทสนม และได้ยาหยอดตามาสองขวดส่วนผมได้มาหนึ่ง เราสองคนไม่ได้ลงทะเบียนมาก่อน แต่ก็ได้บัตรเข้าร่วม และดิปโพลมา ดอกเตอร์ลูเชียนบอกว่าเขาเป็นคนชอบพบเจอผู้คน ชอบพูดชอบคุย และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ผมจัดว่าเขาเป็นหนึ่งในตัวแสบคนหนึ่งเท่าที่ผมเคยพบเจอเลยทีเดียว

ดอกเตอร์ลูเชียนยังพยายามจอดในโรงแรมให้ได้แม้ยามที่ดูแลจะบอกว่าไม่ได้

เขาชวนผมไปเรียนต่อยมวยวันจันทร์ และไปงานวันเกิดวันที่ 25 หนึ่งทุ่มตรง

ยามยังคงเคารพเขา เมื่อรู้ว่าเขาเป็นหมอ

หลังจากนั้น ดื่มกาแฟที่งานประชุมได้ซักพัก ผมขอให้เขาไปส่งที่บ้าน ผมต้องรีบไป เพราะตอนเย็นมีอีกงานหนึ่ง นั่นคือดูคอนเสิร์ตออเคสตรา

ผมนั่งรถของเพื่อนของเขา เขาขับไปส่งผมถึงหน้าโฮสเตล คนขับรถเล่าให้ฟังว่าเขาถูกโจรขึ้นบ้าน โดยเขาหลับไม่รู้เรื่อง ในบ้านมีภรรยาและลูกอีกสองคน

ผมกำลังจะเข้าโฮสเตล พอดิบพอดีที่อิซิสเดินออกมา เธอถามว่าผมไปไหนมา ส่งข้อความก็ไม่รับ จริงๆแล้วคือโทรศัพท์ของผมแบตหมดไปครึ่งวันแล้ว

ผมพบอิโออนา ผมเรียกเธอว่า ไอโออนา หล่อนบอกว่าชอบที่ผมเรียกแบบนี้ เราไปกันสี่คนมีอิโออนา แฟนของหล่อน อิซิสและผม เราดูออเคสตรา เล่นเพลงของบาค ตบมือจนมือชา และเดินทางกลับ ผมได้รู้แล้วว่ารถไฟฟ้าที่เต็มไปด้วยกราฟิตินั้นเป็นฝีมือของแก็งกราฟิติที่บุกเข้าไปพ่นสีตอนกลางคืน ในโรงละครมีออร์แกนเครื่องใหญ่ตั้งอยู่ ผมสงสัยจริงๆว่าคนที่เล่นออร์แกนนั้นรู้สึกอย่างไรเวลาที่บรรเลงแต่ละโน้ต เขาจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หยิ่งใหญ่ที่กุมโลกไว้ทั้งใบ รู้สึกว่าตัวเองเป็นกัปตันของยานเอนเตอร์ไพรซ์หรือเปล่า หรือเขาเพียงแต่รู้สึกว่าโน้ตที่เขาควรจะเล่นตัวต่อไปคืออะไร

หลังจากคอนเสิร์ต ฝนตกเปาะแปะ เราคุยกันหาทางกลับ สุดท้ายผมยกมือและบอกว่าเดินกลับกันเถอะ ทุกคนเห็นด้วยและออกเดินตากฝน ฝนเริ่มตกหนักขึ้น พวกเราทุกคนต่างเปียกปอน คนอื่นดูชอบอกชอบใจที่ผมเปียกเป็นลูกหมา อิโออนาคิดว่าคืนนี้เป็นคืนที่ฮาและสนุกที่สุดคืนหนึ่ง ผมเห็นด้วย

ผมกับอิซิสนั่งเมโทรไปลงที่อูนิรีซึ่งเป็น Old city center หรือย่านเมืองเก่า ที่มีร้านผับบาร์อาหารมากมาย ล้วนอยู่ในตึกเก่าๆ อิซิสอยากกินเคบับอย่างมาก ร้านนี้ชื่อ Dristor Kebab เป็นชื่อโรมาเนีย ผมต้องสั่งเมนูและจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์และถึงเดินไปเอาใบเสร็จไปให้คนทำเคบับนับสิบ ที่นี่มีซอสให้เลือกสามชนิด ซอสเผ็ด มะเขือเทศ และมายองเนส มีเครื่องอีกมากมายที่เขาจะถามเราว่าจะเอาไหม มีแตงกวาดอง หอม ผัก ซอสกระเทียม อร่อยดีทีเดียว และผมก็ได้น้ำมะนาวมาหนึ่งแก้ว

หลังจากนั้นก็เดินกลับ ผมถูกดักด้านหน้าด้วยเด็กขายดอกกุหลาบ อิซิสรอดพ้นไปด้วยการปฏิเสธ ส่วนผมกลับควักเงินให้แลกกับดอกกุหลาบหนึ่งดอก อิซิสหัวเราะผมยกใหญ่

คนส่วนหนึ่งอาจคิดว่า ราคาแพงเกินไป คุณถูกหลอก ขอทานขี้โกหก มีมือมีเท้าแต่ไม่ทำมาหากิน ฉันจะให้อาหารและเสื้อผ้ากับขอทานเท่านั้น เงินฉันจะไม่ให้เพราะจะส่งเสริมการค้ามนุษย์ ส่งเสริมให้คนมาขอเงินแทนที่จะทำงาน ผมกลับคิดว่า ไม่มีใครรู้จริงๆหรอกว่าชีวิตของคนๆหนึ่งนั้นผ่านอะไรมาบ้างและเหตุผลอะไรเขาถึงทำอย่างนั้น  ผมไม่เดือดร้อนอะไรเลยถ้าเงินสิบบาท ห้าสิบบาท หรือร้อยบาทจะตกไปอยู่กับคนที่ไม่มีเงินที่จะอยู่ในที่พักดีๆ ได้กินอาหารดีๆ และมีเสื้อผ้าดีๆสวมใส่ พวกเขาจะนำเงินไปทำอะไรผมไม่รู้ ผมรู้เพียงว่าคนจนยิ่งจนลง และคนรวยยิ่งรวยขึ้นจากระบบเศรษฐกิจที่เราสร้างขึ้นมา เราใช้ชีวิตอย่างสุขสบายจนลืมไปว่าคนบนโลกนั้นมีเท่าไรที่ยังไม่มีน้ำสะอาดดื่ม


วันอาทิตย์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2557

วันอังคาร พุธ พฤหัสบดี


เมื่อวาน วันอังคารที่แปด ผมชักจะลุกออกจากเตียงยากขึ้นทุกวันๆ วันนี้ผมต้องไปทานข้าวเที่ยงที่โรงอาหารกับอิซิสและแอนเดรีย ตอนบ่ายสอง และไปnational village museum พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่เต็มไปด้วยบ้านโบราณจากชนบท พิพิธภัณฑ์นี้อยู่ติดกับสวน Herastrau ที่ผมไปผจญภัยมาเมื่อวาน อิซิสผู้ชอบขนมหวานซื้อคอตตอนแคนดี้ หรือสายไหม สายไหมหนานุ่มกว่าที่เมืองไทยมาก ราคาก็เลยขึ้นไปสองเท่า  (5 เล) เราเดินดูบ้านขึ้นๆลงๆ และก็มานั่งพัก หล่อนสอนภาษาโปรตุเกส ห้าคำ Hola= hello  Oi=hi  Ciao=bye  Obrigado=thanks และ Per favor=please (ผมขอจดไว้ตรงนี้ เดี๋ยวลืมแล้วเธอจะว่าเอา)
อิซิสเรียกชื่อผมตลอดทาง  Tang เหมือนชื่อน้ำผลไม้ที่บราซิล โอเค เป็นน้ำผลไม้ ดีไม่เป็นอะไรที่เลวร้ายกว่านี้
วันนี้ขี้เกียจเขียน ขอจบเพียงเท่านี้

วันนี้วันเสาร์ ผมละการเขียนไปหลายวัน จนลืมไปแล้วว่าไปไหนมาบ้าง วันพุธผมไปเที่ยวกับมาเรีย และอแมนดาที่ Natural History Museum กินข้าวเที่ยงที่แมคโดนัล และไป Peasant Museum ต่อกับมาเรียน อแมนดาลาไปเรียนหนังสือต่อ และผมก็ได้ส้มมาหนึ่งผลจากมาเรีย (มาเรียจะพกส้มมาเท่าจำนวนคนทุกครั้ง อย่าปฏิเสธ เดี๋ยวหล่อนจะน้อยใจ)
ตอนบ่ายไปดูหนังกับอิซิส เรื่อง The Grand Hotel Budapest เป็นหนังอีกเรื่องของ Wes Anderson ที่ทุกฉากจัดองค์ประกอบให้อยู่ตรงกลาง ตอนเย็นกินพิซซ่าฮัท
วันพฤหัส เป็นวันแรกที่ได้เรียน ผมเจอมาเรียที่เป็นหมอหัวใจอยู่ที่โรงพยาบาลของมหาวิทยาลัย หล่อนเหมือนกับตัวละครหญิงจากแฮรี่ พอตเตอร์ที่บิดไปบิดมาเวลาคุยเหมือนเมาตลอดเวลา หล่อนกำลังทำวิจัยเรื่อง Chemotherapy ของมะเร็งเต้านมส่งผลต่อหัวใจอย่างไร Cardiotoxicity วันนี้หล่อนแนะนำผมให้รู้จักทุกห้องหับละคนอีกหลายคน
ตอนบ่ายผมนัดกับดอกเตอร์ลูเชียน โพสต์ดอกของออกฟอร์ดสาขา Evidence-based Medicine แกเป็นคนแปลกๆ เอ็กโทรเวิร์ตอย่างสุดโต่ง ทำอะไรตามใจ และพยายามยุ่งอยู่ตลอดเวลา  ผมนั่งรอแกทำเอกสารจนไม่ไหวจึงขอลาไปกินข้าวก่อน ผมไปกินข้าวที่โรงอาหารฟรีกับอิซิส เราเดินตากฝนไปจนถึงร้านเบเกอรี่สไตล์ฝรั่งเศสและนั่งจ่อมอยู่ตรงนั้นเกือบชั่วโมง เล่นไวไฟและรอแอนนาและรุกซานดรา พาไป ซันพลาซ่า มอลล์

ผมกลายเป็นเงาตามสาวๆที่เข้าร้านนู้นออกร้านนี้ แอนนาเป็นคนที่ชอบวิทยาศาสตร์และทำอะไรคล้ายๆผมหลายอย่าง หล่อนอ่านหนังสือหลายเล่มพร้อมกัน แบบอ่านจบบทแล้วเปลี่ยน เพื่อจะได้ความรู้แบบตกผลึก ผมก็เคยอ่านเจ็ดเล่มพร้อมกันสลับไปเรื่อยๆเพราะผมขี้เบื่อ