วันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2557

วันแรกและสองครึ่งวันที่โรมาเนีย

ผมมาถึงโรมาเนียแล้ว ขณะที่ผมกำลังพิมพ์อยู่นี้เป็นเวลา 11.00 อีกซักพักผมต้องเดินทางไปรถไฟฟ้าใต้ดินเพื่อรอพบIsis เพื่อนแลกเปลี่ยนชาวบราซิล หล่อนดูเป็นฝรั่งและพูดภาษาอังกฤษได้ดีเยี่ยม เราจะไปเยี่ยมชมคณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยบูคาเรสต์ เราอยู่ในย่านเมืองเก่า ตึกรอบด้านล้วนมีอายุมากกว่าห้าสิบปี (ผมคิดเอาเอง) อย่างโรงพยาบาล หรือธนาคารแห่งชาติก็สร้างมากว่าสองร้อยปี ที่นี่เริ่มมีตึกใหม่ๆสร้างมาบ้างแล้วแต่ส่วนใหญ่รวมทั้งตึกที่ผมอาศัยอยู่ด้วยล้วนเก่า เก่าแสนเก่า ในความเก่าก็พบความเก๋าด้วยสถาปัตยกรรมแบบยุโรป ผมไม่เชี่ยวเรื่องสถาปัตยกรรมนักแต่ผมว่าตึกพวกนี้สวยมาก ไม่คิดเลยว่าจะมาอาศัยอยู่ในตึกเหล่านี้

ผมอย่างเล่าเรื่องที่นึกได้บนเครื่องบิน ไม่รู้ว่าจะมีใครรู้สึกบ้างว่าบนเครื่องบินที่เงียบงันในชั้นประหยัด การนอนหลับเป็นเรื่องยากลำบาก ผมหลับไปซักพักก็สะดุ้งตื่นด้วยรถเข็นอาหารเข็นผ่าน อีกครั้งก็เพราะหัวผมทิ่มลงไป แต่อย่างไรก็ตามผมก็สะสมการนอนหลับรวมกันแล้วได้กว่าหกชั่วโมง

การนอนหลับบนเครื่องบินจะดีกว่านี้มากถ้าเราคุยกัน อย่างเช่น ผมจะเอนแล้วนะ เอนเท่านี้ได้หรือเปล่า อีกคนก็บอกว่าโอเค งั้นผมก็เอนด้วยเหมือนกัน ผมขอเอนยาวสามเก้าอี้เลยนะ อีกคนก็บอก ได้ครับ ผมก็จะเอนเหมือนกัน สบายหรือยัง ผมคิดว่าคงต้องบิดตัวซักสองสามครั้งก่อนถึงจะสบายที่สุด หลังจากนั้นทุกคนบนเครื่องบินชั้นประหยัดก็ทำอย่างเดียวกัน จนทุกคนเฉลี่ยความสบายได้เท่ากันหมด บางทีอาจมากกว่าพวกชั้นธุรกิจหรือชั้นหนึ่งก็เป็นได้

เครื่องบิน เราได้ยกระดับการเดินทางให้หรูหราด้วยเครื่องบิน อาจเป็นเพราะ ราคาตั๋วนั้นแพง หรือไม่ใช่เรื่องง่ายที่เราจะได้ขึ้นเครื่องบิน หรืออาจเป็นเพราะความปลอดภัยที่เราต้องนั่งรัดเข็มขัดตลอดเวลาจนรู้สึกไม่สบายอย่างมาก บริกรบนเครื่องบินจึงต้องผ่อนคลายความรู้สึกไม่สบายเหล่านั้น ไม่ว่าจะเพราะอะไรก็ตาม ผมเห็นว่าการเดินทางหลายๆอย่างควรจะบริการเท่าๆกัน ในอนาคต การให้บริการบนเครื่องบินอาจสะดวกสบายน้อยลง หรือไม่ก็การเดินทางด้วยรถไฟ รถเมล์ รถยนต์ จะสะดวกสบายยิ่งขึ้น ผมขอให้เป็นอย่างหลัง ซึ่งน่าจะเป็นไปได้มากเพราะการแข่งขัน ดูอย่างธนาคาร แต่ก่อนธนาคารเป็นใหญ่ บริการเลยแย่ แต่เดี๋ยวนี้ทุกธนาคารต้องแข่งขันกันเรียกลูกค้าเพื่อเอายอด การบริการจึงเป็นปัจจัยหนึ่งซึ่งสำคัญมากที่จะเรียกลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการ

เมื่อวานนี้ไปกินข้าวที่ร้าน la mama (อาหารเหมือนฝีมือแม่) เป็นอาหารโรมาเนีย ผมกิน poleto กับ mamaliga  เป็นกะหล่ำปลีห่อหมูดูเค็มๆ และข้าวโพดบดใส่แป้งดูหนืดๆ และมีซุปเปรี้ยวๆมะเขือเทศๆกับเนื้อ ซุปอร่อย อาหารอร่อย ไปกินกับแอนเดรียและมาเรีย นักศึกษาปีสองคณะแพทย์ สองคนนี้มารับที่สนามบินพาเดินทางไกลด้วย bus 783 สู่ Piata universitate เผอิญเลยไปป้ายนึงเลยเดินกลับ โอ่ย นั่งเลยป้ายอีกแล้ว ถ้าใครรู้จักผมคงจะรู้ว่าผมนั่งรถเมล์เลยป้ายประจำ มาถึงก็ต้องเดินหาหอกันหน่อย มาเรียหาอย่างขะมักขเม้น ผมและแอนเดรียเดินตามงกๆเงิ่นๆ หออยู่ตรงนี้นี่เอง อยู่ข้างๆร้านอาหารยุโรปชื่อ Rosetya ผมอยู่กับรูมเมทที่เป็นเรสซิเดนท์คาร์ดิโอ เฟรนลี่มากมาย เขาเคยทำงานกับนักเรียนแลกเปลี่ยนสมัยก่อน วันนี้ได้พบกับอิซิส นักเรียนแพทย์ปีสี่จากบราซิล เป็นผู้หญิงน่ารัก พูดเก่งมากถึงมากที่สุด พูดอังกฤษคล่องแคล่ว หน้าเป็นฝรั่งเลย ผมทอง ผมไม่รู้จักบราซิลมาก่อน นึกว่ามีแต่คนผิวดำๆ 

หล่อนพาผมไปคาร์ฟู และห้าง ขาไปเดินเอา ขากลับใช้ Metro ซื้อบัตร 50 lei ใช้ได้หกสิบกว่าเที่ยว เดินออกจากหอเลี้ยวซ้ายนะ เห็นไหมนั่นปั๊มน้ำมัน มีสองอัน โอเค เลี้ยวขวานะ เดินไปๆ นั่นไงเห็นป้ายไหมอยู่ลิบๆ โอเคไหนลองทวนซิว่าเดินกลับอย่างไร นี่คือสิ่งที่หล่อนพูดตลอดทาง และตลอดไป หล่อนพาเดินรอบห้างสรรพสินค้า นี่คือ H&M รู้จักไหม Pull and Bear รู้จักไหม และก็ถามไปเรื่อยๆจนครบทุกร้าน พาเข้าไปดูร้านขายของที่ระลึกข้างในห้าง พาไปดูร้านอาหาร และถามว่า รู้จัก KFC ไหม โอเคนะ 
หล่อนดูรู้ตัวเลยถามอยู่บ่อยๆว่า นี่ฉันพูดมากไหม ผมก็ได้แต่บอกว่า ไม่เลย ถ้าไม่พามา ผมก็คงไม่รู้อะไรเลย คงไม่รอดแน่ๆ 
หล่อนพาชมคาร์ฟู อันนั้นอยู่ตรงนี้ อันนี้อยู่ตรงนั้น สนุกมากๆ นึกแล้วก็ขำ 
อิซิสพาขึ้นเมโทรกลับ ถามตั้งแต่เมื่อวานจนวันนี้ว่า เป็นไงเมโทรขึ้นยากไหม 
เอาจริงๆนะ ถ้าผมไม่ได้เธอ ผมคงไม่รอด ผมขอยกให้อิซิสเป็น ยอดมนุษย์
วันนี้ผมไปส่งอิซิสไปบูดาเปสต์ ฮังการี โอ้ว แล้วฉันจะอยู่อย่างไรต่อไป บ๊ายบาย อิซิส เจอกันวันจันทร์
 แอเดรีย (ซ้าย) มาเรีย (ขวา)
อิซิส (ขวา)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น