วันจันทร์
วันนี้ไม่มีอะไรมาก ผมตื่นเช้ามาอย่างง่วงๆ
เดินทางตามฝูงชนมหาศาลไปตามทางเดินใต้ดิน จากรถไฟสายหนึ่งต่อไปยังรถไฟอีกสายหนึ่ง
รางรถไฟเหมือนรางรถไฟธรรมดามาก มีขอนไม้ มีรางโลหะ และก้อนหินแทรกตามช่อง ในโรงพยาบาลผมเจอกับ
เอาส์ Aws เรสซิเดนท์ชาวอิรักที่มาอยู่ห้อง CCU ในห้องมีแต่เคสฉุกเฉินที่ต้องการการติดตามตลอดเวลา
ผมได้เรียนรู้วิธีทำ ECG ABG Echo
หลังจากนั้นผมก็ถูกเฉ่งออกมาจากการไปอยู่ผิดที่ผิดเวลา เซ็งชะมัด
เลยออกมานั่งในสวนสาธารณะแก้เซ็ง ซื้อน้ำดื่มราคา 2.5 lei นั่งดูเด็กผู้ชายตุ้ยนุ้ยหัดเล่นโรลเลอร์เบลดกับแม่ทำให้นึกถึงตอนเด็กที่ผมเคยหัดเล่นโรลเลอร์เบลดกับพี่
และก็ทิ้งมันไปทั้งที่ยังเล่นไม่เป็น เมื่อตอนอยู่มัธยมปลาย
ได้ไปแลกเปลี่ยนที่สิงคโปร์ ผมดันไปเลือกเล่นโรลเลอร์เบลดแทนที่จะขี่จักรยาน
ก็เลยล้มกลิ้งไม่เป็นท่า ได้แผลไปยับเยิน ทั้งขา ทั้งมือ …รู้งี้…ผมน่าจะหัดให้เป็นตั้งแต่เด็กๆ
ผมทานอาหารคนเดียวในโรงอาหาร ผมได้หมูปิ้งชิ้นแห้งๆกับซุปมะเขือเทศและขนมปัง
อิซิสชอบซุปนี้มาก
ผมเดินเลยมาถึงสวนสาธารณะชีสมิจิว วันนี้มีงานเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ
มีผู้คนต่างๆนาๆมาเปิดท้ายขายของ มีถ้วยชามลายแปลกตา เสื้อผ้าประจำท้องถิ่น ต้นไม้
น้ำผึ้ง ตุ๊กตาวันอีสเตอร์ทั้งกระต่ายและที่ขาดไม่ได้คือไข่อีสเตอร์ และขนมหวานมากมายหลากหลาย
มีร้ายหนึ่งทำมามาลิก้าและผักกาดห่อหมูขาย คนซื้อต่อคิวกันยาว
หลังจากนั้นผมเดินมาที่ร้านหนังสือที่เคยมีจัดงานเปิดตัวหนังสือใหม่
ร้านนี้เป็นร้านใหญ่มีมุมกาแฟตั้งอยู่ที่มุมหนึ่ง
ผมละออกจากร้านและเดินต่อไปยังร้านหนังสืออีกร้านหนึ่ง ผมมาตามหาหนังสือของอซิมอฟ
ผมเลือก The End of Eternity หนังสือชื่อเดี่ยวกับเรื่องสั้นที่ผมเคยแต่งโดยไม่เคยรู้จักหนังสือเล่มนี้มาก่อน
ผมตามหาหนังสือเล่มนี้อยู่ซักพักในประเทศไทย
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะหาไม่เจอหรือผมไม่ได้ใส่ใจนักทำให้ผมไม่พบหนังสือเล่มนี้ในประเทศไทย
หลังจากนั้นผมไปเจออิซิสที่โบสถ์หน้าโรงพยาบาลที่ผมเรียน
เพื่อรอซิลเวียร์พาไปจิบน้ำชา อิซิสจัดการเรื่องประกาศนียบัตรอยู่ซักพัก
เพราะประกาศนียบัตรมาช้ากว่าที่ตกลงกันไว้ อิซิสเลยเฉ่งเข้าให้
เราสามคนเดินไปยังร้านน้ำชาที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ ร้านอยู่ใต้ดิน แต่งร้านแบบแปลกๆ
กึ่งๆเอเชีย เราสั่งน้ำชาคนละกา โดนไปร้อยกว่าบาท บรรยากาศน่านอนเป็นที่สุด
วันอังคาร
ผมเดินทางไปโรงพยาบาล ซื้อกาแฟร้านประจำราคา 2 lei ใส่นม 1.5 lei ไม่ใส่นม วันนี้ทุกคนยุ่งที่สุด
ผมเลยจากมาอย่างเงียบๆ ผมวางแผนจะไปพิพิธภัณฑ์ศิลปะ ลงสถานี Piata Romana แล้วเดินต่ออีกหน่อยก็เจอ
ผมเดินหาทางเข้าแต่ไม่เจอประตูเปิด เลยดูในหนังสือท่องเที่ยว พบว่ามันปิด
ผมเลยเดินมานั่งหน้าอนุสาวรีย์ไม้เสียบมันฝรั่งเปื้อนเลือดอีกครั้ง
พอดีที่กลุ่มคนเที่ยวชมเมืองกลุ่มหนึ่งเดินมาพอดี
ผมเจอผู้หญิงแขกคนหนึ่งเลยเข้าไปทัก จนรู้ว่าทัวร์เมืองอันนี้ไม่เสียเงิน
ผมเลยเข้าร่วม ผู้หญิงวัยกลางคนมากับสามีเดินทางท่องเที่ยวยุโรป
พวกเขาเคยมาประเทศไทยเมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว พวกเขาอยู่ที่บูคาเรสต์ถึงวันนี้และจะเดินทางต่อไปยังบูดาเปสต์
สามีทำงานที่ดูไบ และอีกเมืองหนึ่งในซาอุดิอาราเบีย คนไทยไปทำงานที่นั่นเยอะมาก
จากการชมทัวร์เมืองฟรีๆ จึงได้รู้ว่าอนุสาวรีย์นี้แท่งไม้คือประชาธิปไตย
มันฝรั่งคือคอมมิวนิสต์
ส่วนเลือดนั้นมาจากลูกบอลสีที่ชาวเมืองขว้างขึ้นไปเพราะเกลียดอนุสาวรีย์รูปทรงประหลาดนี้
หลังจากนั้นผมก็เดินตามหาร้านพิซซ่าที่เขียนไว้ในหนังสือท่องเที่ยวโลกเดี่ยวอันเดียวดาย
แต่กลับหาไม่เจอ เลยเดินทางต่อไปยังด้านหลังของสวนชีสมิจิว
ผมแวะทานข้าวที่ร้านพิซซ่าร้านหนึ่ง นั่งรอกว่าสี่สิบนาที พิซซ่าหน้าปลาเค็มถึงมาเสิร์ฟ
รสชาติใช้ได้แต่ไม่ดีเลิศ และที่สำคัญปลาเค็มนั้นเค็มปี๋ (pizza napolitana?)
หมดไป 35 lei
ผมเดินจากด้านหลังสวนชีสมิจิว ซื้อไอศครีมกินท่ามกลางอากาศอันเหน็บหนาว
ผมเดินอยู่ในสวนสาธารณะเดิมแต่ในบริเวณที่ไม่เคยเดินมาก่อน
ต้นไม้แตกกิ่งก้านสาขาไม่ต่างจากหลอดเลือดที่แตกแขนงไปเลี้ยงเนื้อเยื่อต่างๆ
ต้นไม้ไร้ใบกำลังจะผลิใบในไม่ช้า
ผมเดินไปดูที่ทิ้งขยะในหอพัก และพยายามหาว่ามันหล่นไปตรงไหน
ผมลงชั้นล่างผ่านปล่องบันไดหนีไฟ
สุดท้ายก็หาไม่เจอเพราะทางบันไดดันไปเชื่อมกับร้านอาหารข้างๆ
เป็นการผจญภัยแบบเด็กๆ เล็กๆน้อยๆแก้เซ็ง
วันพุธ
วันนี้ผมตื่นสาย เมื่อคืนผมรอเมซเสซจากอาจารย์มาเรียจนเกือบตีหนึ่ง
แต่ไม่เห็นมีมาซักที ผมเลยเข้านอนและไม่รู้ว่าวันพุธต้องไปโรงพยาบาลกี่โมง
ผมเลยตื่นสาย ตอนเช้ามาจึงเห็นว่ามีเมซเสซจากอาจารย์มาเรียเข้ามา! เกี่ยวกับเรื่องเอกสารต่างๆ
และผมต้องไปโรงพยาบาลแต่เช้า ผมไปถึงสิบเอ็ดโมง โดนอาจารย์ว่านิดหน่อยแล้วจึงนั่งรอจนถึงเที่ยง
เคสของงานวิจัยมาพอดี เธอเป็นมะเร็งเต้านมและได้รับเคมีบำบัด
และกำลังจะเข้ารับการผ่าตัด มาเรียทำ เอคโค่หัวใจอยู่ซักพักใหญ่ๆ ถ่ายรูปเอาไว้เพื่อนำมาวิเคราะห์ภายหลัง
หลังจากนั้นคนไข้ก็ขึ้นไปตรวจการทำงานของหลอดเลือด
เพราะเคมีบำบัดนอกจากจะมีผลกับหัวใจแล้วยังมีผลกับหลอดเลือดอีกด้วย เริ่มด้วย Arteryograph วัดความดันของหลอดเลือด
โดยใช้เครื่องคล้ายๆกับเครื่องวัดความดันโลหิต ข้อมูลบันทึกไว้เป็นกราฟ ต่อมาใช้เครื่อง
ALOKA
เป็นเครื่องอัลตราซาวน์แบบเดียวกับที่ใช้ดูหัวใจแต่เครื่องนี้ใช้ดูหลอดเลือด
วัดค่าอยู่สองค่า คือ ความหนาของ ชั้น Media ของหลอดเลือด
แครอติดข้างขวา
และวัดการทำงานของเอนโดทีเลียมโดยดูการขยายตัวของหลอดเลือดหลังบีบรัดหลอดเลือด (Reactive
Hyperemia) สุดท้ายวัดด้วย COMPILOR โดยดูความเร็ว Pulse pressure ที่ไปสู่ แครอติดข้างขวา
เรเดียลข้างขวา และฟีมอรัลข้างขวา โดยวัดกระแสไฟฟ้า เมื่อวัดเวลา
และใช้ตลัปเมตรเพื่อวัดระยะจากหน้าอกสู่หลอดเลือดทั้งสาม
ผมไปกินข้าวที่โรงอาหารกับอิซิส ผมชวนเธอไปพิพิธภัณฑ์ศิลปะด้วยกันแต่เธอปฏิเสธและบ่นปวดหัว
ผมจึงต้องไปดูคนเดียว ครั้งนี้รู้เส้นทางจึงเดินผ่านสวนชีสมิจิว ผ่านร้านพิซซ่าร้านเมื่อวาน
และตรงไปยังพิพิธภัณฑ์ ค่าเข้าสำหรับนักเรียน 2 lei เสียดายที่ข้างในไม่ให้ถ่ายรูป
ผมเดินดูไล่จากศิลปะสมัยยุคกลาง
ที่แทบทั้งหมดมาจากโบสถ์และเกี่ยวกับกับศาสนาคริสต์ ทั้งผ้า ภาพบนไม้ ไม้แกะสลัก
บัลลังก์ ต่อมาก็เริ่มดูเป็นงานแบบที่เราคุ้นเคยกัน
เป็นภาพพอร์ตเทรท์วาดด้วยสีน้ำมัน ต่อมาก็ผ่านยุคimpressionism จนกลายมาเป็น modern และ post-modern (และอีกหลายๆยุคที่ผมจำไม่ได้ เช่นภาพสีเหลี่ยม
ภาพแต้มจุดหลายๆสี)
หลังจากใช้เวลาอยู่สองชั่วโมง หรือกว่านั้น ก็ย่างเข้าหกโมงเย็น
ผมกลับมาที่โฮสเตลแล้วเปลี่ยนแจ็คเกตตัวใหม่ให้หนากว่าเดิม
และคืนนี้สองทุ่มสิบห้าเราจะไปพบกับคนอีกสิบกว่าคนเพื่อไปเล่น Laser tag!
เกมยิงปืนเหมือนเพนต์บอลแต่ใข้เลเซอร์และเซนเซอร์ ราคาแค่ 15 lei ต่อคน ต่อยี่สิบนาที!งานนี้คนไปกันเยอะแยะ ทั้ง
ทูดอร์และแอนเดรียและทูดอร์อีกคน มาเรียและแอนเดรีย ผมส้มและผมสั้น อิซิสและผม ไอโออนา
ผู้หญิงอีกสองคนที่ไม่รู้จัก และผู้ชายอีกคนที่จำไม่ได้
ผมวิ่งยิงวิ่งยิง กลิ้งยิง กระโดดยิงได้แค่ห้านาทีก็เหนื่อยจนกลายมาเป็นซุ่มยิง
และทุกคนดูดีใจที่ผมถูกยิง โดยเฉพาะอิซิสและอิโออนา
เล่นไปเล่นมาตอนหลังไม่รู้ใครเป็นใคร เกมก็จบลงด้วยความเหนื่อยปานจะขาดใจ
ด้วยความที่ไม่ชอบออกกำลังกายเลยได้รู้เลยว่า ผมอ่อนแอสุดๆ
ผลออกมาผมชื่อซีนอนได้ที่ 7 จาก 13 ส่วนอิซิสได้ที่ 1! ผมยิงกระสุนน้อยกว่าเธอครึ่งหนึ่ง! ยอมแพ้ครับ
(หลังจากนั้นก็ปวดท้อง หน้าซีดไปซักพักแล้วค่อยดีขึ้น)
ทุกคนแยกย้ายกันกลับบ้าน ผมกับอิซิสใช้เวลากับอาหารที่เคบับอีกเจ้าหนึ่งบนถนนทิศใต้
ผมดันสั่งขนมปังแข็งๆที่กรามที่แสนอ่อนแอของผมเคี้ยวไม่เข้า เลยต้องค่อยๆกินค่อยๆกลืนอยู่นาน
อิซิสถามว่าผมอายุเท่าไหร่ 80 หรอ
ผมจึงตั้งปณิธานว่าเปิดเทอมผมจะออกกำลังกายทุกวัน ตรงข้ามโรงพยาบาลก็คือสวนลุม ผมจะวิ่งไม่ก็ขี่จักรยานที่นั่นทุกวัน
ทำได้หรือเปล่าไม่รู้ แต่จะพยายาม
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น