วันศุกร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2557

จันทร์ อังคาร พุธ ของสัปดาห์ที่สาม

วันจันทร์
วันนี้ไม่มีอะไรมาก ผมตื่นเช้ามาอย่างง่วงๆ เดินทางตามฝูงชนมหาศาลไปตามทางเดินใต้ดิน จากรถไฟสายหนึ่งต่อไปยังรถไฟอีกสายหนึ่ง รางรถไฟเหมือนรางรถไฟธรรมดามาก มีขอนไม้ มีรางโลหะ และก้อนหินแทรกตามช่อง ในโรงพยาบาลผมเจอกับ เอาส์ Aws เรสซิเดนท์ชาวอิรักที่มาอยู่ห้อง CCU ในห้องมีแต่เคสฉุกเฉินที่ต้องการการติดตามตลอดเวลา
ผมได้เรียนรู้วิธีทำ ECG ABG Echo

หลังจากนั้นผมก็ถูกเฉ่งออกมาจากการไปอยู่ผิดที่ผิดเวลา เซ็งชะมัด เลยออกมานั่งในสวนสาธารณะแก้เซ็ง ซื้อน้ำดื่มราคา 2.5 lei นั่งดูเด็กผู้ชายตุ้ยนุ้ยหัดเล่นโรลเลอร์เบลดกับแม่ทำให้นึกถึงตอนเด็กที่ผมเคยหัดเล่นโรลเลอร์เบลดกับพี่ และก็ทิ้งมันไปทั้งที่ยังเล่นไม่เป็น เมื่อตอนอยู่มัธยมปลาย ได้ไปแลกเปลี่ยนที่สิงคโปร์ ผมดันไปเลือกเล่นโรลเลอร์เบลดแทนที่จะขี่จักรยาน ก็เลยล้มกลิ้งไม่เป็นท่า ได้แผลไปยับเยิน ทั้งขา ทั้งมือ รู้งี้ผมน่าจะหัดให้เป็นตั้งแต่เด็กๆ

ผมทานอาหารคนเดียวในโรงอาหาร ผมได้หมูปิ้งชิ้นแห้งๆกับซุปมะเขือเทศและขนมปัง อิซิสชอบซุปนี้มาก

ผมเดินเลยมาถึงสวนสาธารณะชีสมิจิว วันนี้มีงานเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ มีผู้คนต่างๆนาๆมาเปิดท้ายขายของ มีถ้วยชามลายแปลกตา เสื้อผ้าประจำท้องถิ่น ต้นไม้ น้ำผึ้ง ตุ๊กตาวันอีสเตอร์ทั้งกระต่ายและที่ขาดไม่ได้คือไข่อีสเตอร์ และขนมหวานมากมายหลากหลาย มีร้ายหนึ่งทำมามาลิก้าและผักกาดห่อหมูขาย คนซื้อต่อคิวกันยาว

หลังจากนั้นผมเดินมาที่ร้านหนังสือที่เคยมีจัดงานเปิดตัวหนังสือใหม่ ร้านนี้เป็นร้านใหญ่มีมุมกาแฟตั้งอยู่ที่มุมหนึ่ง ผมละออกจากร้านและเดินต่อไปยังร้านหนังสืออีกร้านหนึ่ง ผมมาตามหาหนังสือของอซิมอฟ ผมเลือก The End of Eternity หนังสือชื่อเดี่ยวกับเรื่องสั้นที่ผมเคยแต่งโดยไม่เคยรู้จักหนังสือเล่มนี้มาก่อน ผมตามหาหนังสือเล่มนี้อยู่ซักพักในประเทศไทย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะหาไม่เจอหรือผมไม่ได้ใส่ใจนักทำให้ผมไม่พบหนังสือเล่มนี้ในประเทศไทย หลังจากนั้นผมไปเจออิซิสที่โบสถ์หน้าโรงพยาบาลที่ผมเรียน เพื่อรอซิลเวียร์พาไปจิบน้ำชา อิซิสจัดการเรื่องประกาศนียบัตรอยู่ซักพัก เพราะประกาศนียบัตรมาช้ากว่าที่ตกลงกันไว้ อิซิสเลยเฉ่งเข้าให้

เราสามคนเดินไปยังร้านน้ำชาที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ ร้านอยู่ใต้ดิน แต่งร้านแบบแปลกๆ กึ่งๆเอเชีย เราสั่งน้ำชาคนละกา โดนไปร้อยกว่าบาท บรรยากาศน่านอนเป็นที่สุด


วันอังคาร 

ผมเดินทางไปโรงพยาบาล ซื้อกาแฟร้านประจำราคา 2 lei ใส่นม 1.5 lei ไม่ใส่นม วันนี้ทุกคนยุ่งที่สุด ผมเลยจากมาอย่างเงียบๆ ผมวางแผนจะไปพิพิธภัณฑ์ศิลปะ ลงสถานี Piata Romana แล้วเดินต่ออีกหน่อยก็เจอ ผมเดินหาทางเข้าแต่ไม่เจอประตูเปิด เลยดูในหนังสือท่องเที่ยว พบว่ามันปิด ผมเลยเดินมานั่งหน้าอนุสาวรีย์ไม้เสียบมันฝรั่งเปื้อนเลือดอีกครั้ง พอดีที่กลุ่มคนเที่ยวชมเมืองกลุ่มหนึ่งเดินมาพอดี ผมเจอผู้หญิงแขกคนหนึ่งเลยเข้าไปทัก จนรู้ว่าทัวร์เมืองอันนี้ไม่เสียเงิน ผมเลยเข้าร่วม ผู้หญิงวัยกลางคนมากับสามีเดินทางท่องเที่ยวยุโรป พวกเขาเคยมาประเทศไทยเมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว พวกเขาอยู่ที่บูคาเรสต์ถึงวันนี้และจะเดินทางต่อไปยังบูดาเปสต์ สามีทำงานที่ดูไบ และอีกเมืองหนึ่งในซาอุดิอาราเบีย คนไทยไปทำงานที่นั่นเยอะมาก

จากการชมทัวร์เมืองฟรีๆ จึงได้รู้ว่าอนุสาวรีย์นี้แท่งไม้คือประชาธิปไตย มันฝรั่งคือคอมมิวนิสต์ ส่วนเลือดนั้นมาจากลูกบอลสีที่ชาวเมืองขว้างขึ้นไปเพราะเกลียดอนุสาวรีย์รูปทรงประหลาดนี้

หลังจากนั้นผมก็เดินตามหาร้านพิซซ่าที่เขียนไว้ในหนังสือท่องเที่ยวโลกเดี่ยวอันเดียวดาย แต่กลับหาไม่เจอ เลยเดินทางต่อไปยังด้านหลังของสวนชีสมิจิว ผมแวะทานข้าวที่ร้านพิซซ่าร้านหนึ่ง นั่งรอกว่าสี่สิบนาที พิซซ่าหน้าปลาเค็มถึงมาเสิร์ฟ รสชาติใช้ได้แต่ไม่ดีเลิศ และที่สำคัญปลาเค็มนั้นเค็มปี๋ (pizza napolitana?) หมดไป 35 lei

ผมเดินจากด้านหลังสวนชีสมิจิว ซื้อไอศครีมกินท่ามกลางอากาศอันเหน็บหนาว ผมเดินอยู่ในสวนสาธารณะเดิมแต่ในบริเวณที่ไม่เคยเดินมาก่อน ต้นไม้แตกกิ่งก้านสาขาไม่ต่างจากหลอดเลือดที่แตกแขนงไปเลี้ยงเนื้อเยื่อต่างๆ ต้นไม้ไร้ใบกำลังจะผลิใบในไม่ช้า
ผมเดินไปดูที่ทิ้งขยะในหอพัก และพยายามหาว่ามันหล่นไปตรงไหน ผมลงชั้นล่างผ่านปล่องบันไดหนีไฟ สุดท้ายก็หาไม่เจอเพราะทางบันไดดันไปเชื่อมกับร้านอาหารข้างๆ เป็นการผจญภัยแบบเด็กๆ เล็กๆน้อยๆแก้เซ็ง


วันพุธ 

วันนี้ผมตื่นสาย เมื่อคืนผมรอเมซเสซจากอาจารย์มาเรียจนเกือบตีหนึ่ง แต่ไม่เห็นมีมาซักที ผมเลยเข้านอนและไม่รู้ว่าวันพุธต้องไปโรงพยาบาลกี่โมง ผมเลยตื่นสาย ตอนเช้ามาจึงเห็นว่ามีเมซเสซจากอาจารย์มาเรียเข้ามา! เกี่ยวกับเรื่องเอกสารต่างๆ และผมต้องไปโรงพยาบาลแต่เช้า ผมไปถึงสิบเอ็ดโมง โดนอาจารย์ว่านิดหน่อยแล้วจึงนั่งรอจนถึงเที่ยง เคสของงานวิจัยมาพอดี เธอเป็นมะเร็งเต้านมและได้รับเคมีบำบัด และกำลังจะเข้ารับการผ่าตัด มาเรียทำ เอคโค่หัวใจอยู่ซักพักใหญ่ๆ ถ่ายรูปเอาไว้เพื่อนำมาวิเคราะห์ภายหลัง หลังจากนั้นคนไข้ก็ขึ้นไปตรวจการทำงานของหลอดเลือด เพราะเคมีบำบัดนอกจากจะมีผลกับหัวใจแล้วยังมีผลกับหลอดเลือดอีกด้วย เริ่มด้วย Arteryograph วัดความดันของหลอดเลือด โดยใช้เครื่องคล้ายๆกับเครื่องวัดความดันโลหิต ข้อมูลบันทึกไว้เป็นกราฟ ต่อมาใช้เครื่อง ALOKA เป็นเครื่องอัลตราซาวน์แบบเดียวกับที่ใช้ดูหัวใจแต่เครื่องนี้ใช้ดูหลอดเลือด วัดค่าอยู่สองค่า คือ ความหนาของ ชั้น Media ของหลอดเลือด แครอติดข้างขวา และวัดการทำงานของเอนโดทีเลียมโดยดูการขยายตัวของหลอดเลือดหลังบีบรัดหลอดเลือด (Reactive Hyperemia) สุดท้ายวัดด้วย COMPILOR โดยดูความเร็ว Pulse pressure ที่ไปสู่ แครอติดข้างขวา เรเดียลข้างขวา และฟีมอรัลข้างขวา โดยวัดกระแสไฟฟ้า เมื่อวัดเวลา และใช้ตลัปเมตรเพื่อวัดระยะจากหน้าอกสู่หลอดเลือดทั้งสาม

ผมไปกินข้าวที่โรงอาหารกับอิซิส ผมชวนเธอไปพิพิธภัณฑ์ศิลปะด้วยกันแต่เธอปฏิเสธและบ่นปวดหัว ผมจึงต้องไปดูคนเดียว ครั้งนี้รู้เส้นทางจึงเดินผ่านสวนชีสมิจิว ผ่านร้านพิซซ่าร้านเมื่อวาน และตรงไปยังพิพิธภัณฑ์ ค่าเข้าสำหรับนักเรียน 2 lei เสียดายที่ข้างในไม่ให้ถ่ายรูป ผมเดินดูไล่จากศิลปะสมัยยุคกลาง ที่แทบทั้งหมดมาจากโบสถ์และเกี่ยวกับกับศาสนาคริสต์ ทั้งผ้า ภาพบนไม้ ไม้แกะสลัก บัลลังก์ ต่อมาก็เริ่มดูเป็นงานแบบที่เราคุ้นเคยกัน เป็นภาพพอร์ตเทรท์วาดด้วยสีน้ำมัน ต่อมาก็ผ่านยุคimpressionism จนกลายมาเป็น modern และ post-modern  (และอีกหลายๆยุคที่ผมจำไม่ได้ เช่นภาพสีเหลี่ยม ภาพแต้มจุดหลายๆสี)

หลังจากใช้เวลาอยู่สองชั่วโมง หรือกว่านั้น ก็ย่างเข้าหกโมงเย็น ผมกลับมาที่โฮสเตลแล้วเปลี่ยนแจ็คเกตตัวใหม่ให้หนากว่าเดิม และคืนนี้สองทุ่มสิบห้าเราจะไปพบกับคนอีกสิบกว่าคนเพื่อไปเล่น Laser tag! เกมยิงปืนเหมือนเพนต์บอลแต่ใข้เลเซอร์และเซนเซอร์ ราคาแค่ 15 lei ต่อคน ต่อยี่สิบนาที!งานนี้คนไปกันเยอะแยะ ทั้ง ทูดอร์และแอนเดรียและทูดอร์อีกคน มาเรียและแอนเดรีย ผมส้มและผมสั้น อิซิสและผม ไอโออนา ผู้หญิงอีกสองคนที่ไม่รู้จัก และผู้ชายอีกคนที่จำไม่ได้

ผมวิ่งยิงวิ่งยิง กลิ้งยิง กระโดดยิงได้แค่ห้านาทีก็เหนื่อยจนกลายมาเป็นซุ่มยิง และทุกคนดูดีใจที่ผมถูกยิง โดยเฉพาะอิซิสและอิโออนา เล่นไปเล่นมาตอนหลังไม่รู้ใครเป็นใคร เกมก็จบลงด้วยความเหนื่อยปานจะขาดใจ ด้วยความที่ไม่ชอบออกกำลังกายเลยได้รู้เลยว่า ผมอ่อนแอสุดๆ ผลออกมาผมชื่อซีนอนได้ที่ 7 จาก 13 ส่วนอิซิสได้ที่ 1! ผมยิงกระสุนน้อยกว่าเธอครึ่งหนึ่ง! ยอมแพ้ครับ (หลังจากนั้นก็ปวดท้อง หน้าซีดไปซักพักแล้วค่อยดีขึ้น)


ทุกคนแยกย้ายกันกลับบ้าน ผมกับอิซิสใช้เวลากับอาหารที่เคบับอีกเจ้าหนึ่งบนถนนทิศใต้ ผมดันสั่งขนมปังแข็งๆที่กรามที่แสนอ่อนแอของผมเคี้ยวไม่เข้า เลยต้องค่อยๆกินค่อยๆกลืนอยู่นาน อิซิสถามว่าผมอายุเท่าไหร่ 80 หรอ ผมจึงตั้งปณิธานว่าเปิดเทอมผมจะออกกำลังกายทุกวัน ตรงข้ามโรงพยาบาลก็คือสวนลุม ผมจะวิ่งไม่ก็ขี่จักรยานที่นั่นทุกวัน ทำได้หรือเปล่าไม่รู้ แต่จะพยายาม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น