วันอังคารที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2557

วันเสาร์ ที่สิบสอง วันที่เท่าไรไม่รู้ในบูคาเรสต์

วันเสาร์
วันนี้ตื่นสายๆไม่รีบร้อน เนื่องจากเป็นวันหยุด ผมเคยนึกแปลกใจว่าทำไมไม่ให้หยุดระหว่างสัปดาห์ เช่น ทำงานวันจันทร์ อังคาร หยุดวันพุธ ทำงานวันพฤหัส ศุกร์ เสาร์ แล้วหยุดวันอาทิตย์ หยุดพักความเครียด ความเหนื่อยล้าไว้ครึ่งสัปดาห์ ผมจะมีความสุขขึ้นมาก ตอนหลังได้มารู้ว่าธรรมเนียมเช่นนี้มีต้นกำเนิดจากทางยุโรปสมัยปฏิวัติอุตสาหกรรม ที่เจ้าของโรงงานต้องการเปิดเครื่องจักรไอน้ำทิ้งไว้ให้นานที่สุด (เมื่อปิดแล้วเปิดใหม่จะเสียเวลาและลดผลิตภาพลง) และแรงงานก็ต้องการวันหยุดพักผ่อน วันหยุดสุดสัปดาห์ก็เลยเกิดขึ้น

แต่วันนี้ก็ไม่ใช่วันหยุดที่เป็นวันหยุดจริงๆ เพราะผมกับอิซิสต้องไปร่วมสัมมนา H.E.A.R.T Conference ที่จัดโดยนักเรียนแพทย์ที่นี่ กว่าที่เราทั้งสอง (รวมทั้งเปเตรที่ถูกอิซิสลากออกไปด้วย กลายเป็นสาม) จะคลานออกจากห้องก็บ่ายโมงแล้ว เราไปกินข้าวกันที่โรงอาหาร (โรงอาหารเปิดจันทร์ถึงเสาร์) ผมเข้าไปก่อนเลยไปสั่งอาหาร เนื่องจากผมกินไก่ปิ้งแห้งๆ และมันฝรั่งทอดมาหลายวัน ผมจึงพยายามสื่อสารให้แม่ครัวเข้าใจว่า ไม่เอาไก่ ไม่เอาเฟร้นฟรายส์ พร้อมทำท่าตาม พออิซิสรู้ว่าผมกำลังทำอะไร หล่อนก็ขำกลิ้ง หลังจากนี้หล่อนก็เอาไปเล่าให้ทุกคนฟัง วันนี้ผมได้หมูฉ่ำๆ อร่อย!

เราสองสามคนนั่งเมโทรจาก Izvor ไป Eroilor ที่คุ้นเคย (เป็นที่ตั้งของคณะแพทย์และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย) เราเดินผ่านปืนใหญ่สองกระบอกและอนุสาวรีย์อะไรซักอย่าง และรูปปั้นอนุสาวรีย์ของเปาเลสกู ผู้ค้นพบอินซูลินคนแรกและถูกขโมยรางวัลโนเบลไป ผมกะว่าจะมาถ่ายรูปกับอนุสาวรีย์ของเขาให้ได้

เราสองสามคนเข้าไปในคณะแพทยศาสตร์อีกครั้ง ครั้งนี้จะเข้าไปในห้องเรียน George Emil Palade (Amphitheater) ห้องมืดๆ คนหยอมแหยม คอมพิวเตอร์ต่อเข้าลำโพงเล็กๆ ถ่ายทอดสัญญาณจากห้องประชุมซักที่หนึ่งจากเมืองอื่น (ถ้าจำไม่ผิด น่าจะเป็น เมือง Craiova) เสียงจากลำโพงแย่จนผมและอิซิสฟังไม่รู้เรื่อง อิซิสฟังไม่รู้เรื่องทำให้ผมมั่นขึ้นว่าหูภาษาอังกฤษของผมไม่ได้แย่ ณ ขณะนั้น เท่าที่รู้คือเกี่ยวกับ EEG(คลื่นสมอง)ของ Hippocampus จะส่งสัญญาณหนึ่ง ซึ่งอาจนำมาใช้วินิจฉัยผู้ป่วยโคมาได้

เรื่องต่อไปที่เราฟังกันคือ Unlocking our imagination เอาเรื่องน่าสนใจมาสร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียนแพทย์ทำวิจัย ผมว่าเรื่องส่วนใหญ่ผมรู้แล้ว เช่น Cancer Hallmarks วิธีที่ให้ได้มาซึ่งยาแขนงใหม่ๆ เป็นต้น

หลังจากนั้น ผม อิซิส ซิลเวียร์ และนักเรียนหญิงอีกสองคนก็ไปร่วมทัวร์ชมเมือง โดยจะมีไกด์ยืนอธิบายเป็นจุดๆตามที่สำคัญๆ อากาศเริ่มหนาวลงๆ ลมพัดแรง ทุกคนใส่ชุดกันหนาวได้เหมาะสมยกเว้นผม หนาวขนาดนี้ไม่เท่าไหร่หรอก

นักเรียนหญิงสองคนนั้น ผมไม่เคยพบมาก่อน คนหนึ่งเป็นสาวผมส้ม ขี้อาย ตัวเล็ก พ่อทำงานในสถานทูตไทยเลยได้กินอาหารไทยอยู่บ้าง หล่อนไม่ชอบขนมไทยเพราะว่ามันไม่หวาน (หล่อนได้ทานกล้วยบวชชีถ้าให้ผมเดา) อีกคนหนึ่งเป็นผู้หญิงผมสั้น ตาสีน้ำตาล เป็นคนที่น่ารักที่สุดตั้งแต่ผมมาโรมาเนีย หล่อนมีเสียงเล็กน่าเอ็นดู และที่สำคัญหล่อนพูดไม่หยุด รองเท้าบู้ตของเธอเปื้อนโคลนเพราะบ้านของเธออยู่ไกล เดินทางเป็นชั่วโมงกว่าจะถึง หล่อนอยู่ในเขตบ้านคนจน เล็บของเธอทาสีดำทั้งสิบนิ้ว หล่อนชอบเล่นวอลเลบอล มีหมาขนสีขาวน่ากอดอ้วนกะปุกลุกจนเดินไม่ไหวเพราะแม่ของเธอให้อาหารมันกินมากไป หล่อนยังชอบร้องเพลงและเคยร้องเพลงประสานเสียงตอนเด็กๆ หล่อนชอบเล่นสเกตบอร์ดน้ำแข็งและเคยเจ็บตัวมาแล้ว เพราะต้องหักลบเด็กน้อยที่เดินไม่รู้อิโหน่อิเหน่เข้ามาในลานสเกต หล่อนชอบทำอาหารมาก ครั้งหนึ่งเคยทำอาหารญี่ปุ่น แต่ผลลัพธ์ออกมากินไม่ได้ ผมจำได้เยอะเพราะหล่อนพูดตลอดเวลา แต่คงเป็นส่วนนิดเดียวที่เธอพูดมา

หลังจากนั้นเราก็ไปหาที่นั่งในบาร์แห่งหนึ่ง ผมสั่งกาแฟใส่เหล้า (ไม่เคยกิน) อิซิสสั่งมิลค์เชค (หล่อนกินแต่ของหวาน) วินาทีต่อมาเบียร์สามแก้วก็วางลงบนโต๊ะของคนสามคน ผู้หญิงผมส้ม ผู้หญิงผมสั้น และซิลเวียร์

ก่อนหน้านั้น ระหว่างที่เดินๆกันไป ทั้งสามคนยกเว้นผมกับอิซิสก็หยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ อิซิสตกใจมากเพราะเห็นพวกหล่อนดูบริสุทธิ์ผุดผ่องขนาดนี้ ที่นี่สูบบุหรี่เป็นเรื่องปกติเหมือนที่เรากินข้าว

เบียร์ที่นี่ไม่แพง ฮูการ์เดนขวดเล็ก 10 lei  (ร้อยบาท)

หลังจากนั้น ทูดอร์ก็มาถึงพร้อมเซอร์ไพรซ์นั่นคือเสื้อยืดที่เขียนชื่อ Isis  ของผมเขียนว่า Tanupat น่าสนใจแต่หาโอกาสใส่อย่างไรดี อยู่ดีๆคงไม่ใส่เสื้อประกาศชื่อของเราให้ทุกคนบนโลกได้รู้ใช่ไหม


หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันกลับ ผมก็หลับเป็นตาย 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น