วันอาทิตย์ พวกเราตัดสินใจว่าจะไม่ไปงานสัมมนาอีก ผมได้หนังสือ The Trial โดย Kafka มาจากร้านหนังสือใกล้ Old city center ตอนเย็นเราจะเดินทางไปกินอาหารไทยที่ร้าน
Kunnai
ใกล้ เมโทร Grivita กับรุกซานดราและแอนา ทันใดนั้นเองที่ผมเปิดดูเมนูอาหาร
ขนมถ้วยละสี่ร้อยห้าสิบบาท แกงเขียวหวานสามร้อยห้าสิบบาท
และอื่นๆที่ราคามากกว่าสามร้อยทุกจาน สำหรับผม ผมยังพอรับได้เพราะถือว่ามาเที่ยว
แต่สำหรับคนที่นี่พวกเขาไม่สามารถจ่ายอาหารมื้อละห้าร้อยบาทได้
พวกเราเลยเปลี่ยนแผน อิซิสเสนอให้ไปห้างโพรเมนาดา(Promenada) ที่เมโทร Aurel Vlaicu หล่อนแนะนำให้กิน falafel อาหารอียิปต์
ผมได้ฟาลาเฟลแบบไม่ม้วน อิซิสได้ฟาลาเฟลแบบม้วน แอนาได้หมี่ผัดกล่องหนึ่งของจีนราคา
17 lei กล่องนิดเดียว
ถ้าบ้านเรากล่องเท่านี้สามสิบบาท (แต่ก็เข้าใจว่าอาหารจีนก็ถือว่าexoticอยู่พอตัว ราคาก็เลยสูง)
ส่วนรุกซานดราได้อาหารแบบไก่ๆ มันฝรั่งๆ
Falafel เป็นแผ่นแป้งที่ห่อผักต่างๆ มีข้าวผัดดูเผ็ดๆ(แต่ไม่เผ็ด) ซอสกระเทียม
ซอสเผ็ด(แต่ไม่เผ็ด) มายองเนส และตัวฟาลาเฟล
ฟาลาเฟลคือส่วนผสมของมังสวิรัติและกลิ่นผงกะหรี่ คล้ายกะหรี่ปั๊ป เอาไปทอดหน้าตาคล้ายหมูก้อน รสชาติดีทีเดียว และได้น้ำส้มหนึ่งแก้ว
หลังจากนั้น ผมก็กลายเป็นเงาตามสาวๆชอปปิ้งอีกตามเคย แอนาเป็นคนที่สนใจพุทธ
จิตวิญญาณอย่างมาก วันนี้(วันอังคาร) หล่อนบอกว่าไปทำสมาธิอยู่ที่สวนสาธารณะชิสมิจิว
ผมเลยอธิบายเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับพุทธศาสนาเท่าที่ผมรู้ และด้วยความเข้าใจของผมเอง
ทุกคนบอกว่าพุทธศาสนานั้นน่าสนใจ
ผมเล่าว่า พระพุทธเจ้าสอนให้ไม่เชื่ออะไรเลยในเบื้องต้น และถ้าเราจะเชื่อในสิ่งใดต้องพิสูจน์สิ่งเหล่านั้นด้วยตนเองก่อน
ความรู้ในจักรวาลเรามีมากมายมหาศาลเหมือนใบไม้ในป่าใหญ่
แต่ความรู้ที่เราควรรู้ (เพื่อพ้นทุกข์) นั้นมีเท่าใบไม้ในกำมือ
ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นด้วยเหตุ แต่เราไม่มีทางรู้เหตุทั้งหมดที่ทำให้เกิดผลนั้นเพราะมันซับซ้อนจนเกินไป
สิ่งที่เราควรสนใจคือการรู้สึกตัวว่าตอนนี้เรากำลังทำ คิด รู้สึกอะไรอยู่
บางคนถามผมเรื่องนรกสวรรค์ ผมเลยให้คำแนะนำว่า
พระพุทธเจ้าสอนคนด้วยระดับที่แตกต่างกัน คนที่มีสติปัญญาน้อยอาจสอนเรื่องความดีความชั่ว
นรกสวรรค์ สติปัญญาและบารมีมากหน่อยก็สอนเรื่องหนทางพ้นทุกข์ เป็นต้น
ผมยังบอกคนอื่นๆว่า พุทธศาสนาอาจหายไปจากโลกในช่วงเวลาอันสั้น
(หายหมายถึงไม่มีคนนับถือ) เพราะไม่มีผู้เผยแพร่ศาสนา (ตั้งแต่มาที่โรมาเนีย
ผมเจอผู้เผยแพร่ศาสนาที่ดูเป็นคนธรรมดาทั่วไปเข้ามาทักถึงสองคน
คนแรกเป็นผู้ชายที่เข้ามาชวนให้ไปร่วมอ่านคัมภีร์ไบเบิลด้วยกัน
ผมออกตัวว่าเป็นชาวพุทธ เขาก็บอกว่า พระเยซูสามารถช่วยผมให้ไปสวรรค์ได้
แต่พระพุทธเจ้านั้นช่วยไม่ได้หรอก อีกคนหนึ่งเป็นผู้หญิงมากับรถเข็นใส่เอกสาร
เข้ามาชวนไปฟังเรื่องพระเยซูเป็นภาษาอังกฤษ
หรือไปเปิดเวปไซต์ก็มีกว่าเจ็ดสิบภาษารวมทั้งภาษาไทยด้วย! และผมยังเห็นรถเข็นเหล่านี้อีกสองสามแห่ง
หรือถ้าเป็นอิสลาม เมื่อแต่งงานแล้วต้องเปลี่ยนศาสนาไปเป็นอิสลาม แล้วชาวพุทธจะไปไว้ที่ไหน ไอสไตน์เคยกล่าวไว้ทำนองว่า ถ้าจะมีศาสนาไหนที่เป็นศาสนาแห่งจักรวาล
ที่ไม่ขัดกับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ศาสนานั้นคือศาสนาพุทธ แต่เท่าที่รู้คนที่นับถือพุทธนั้นน้อยลงไปเรื่อยๆ แต่ในอีกมุมหนึ่ง
นักเรียนที่ผมเจอแทบทุกคนบอกว่าพวกเขาไม่ค่อยเคร่งศาสนาเท่าไรนัก และบางคนบอกว่าศาสนาคริสต์(ที่พวกเขานับถือในโรมาเนียคือนิกายออโธดอกซ์)
นั้นบังคับจนเกินไป ไม่เหมือนศาสนาพุทธที่มีอิสรภาพ (หล่อนสรุปจากคำอธิบายของผม
ซึ่งอาจจะไม่ถูกต้องนัก)
และเล่าเรื่องๆหนึ่งที่แม่ของเด็กคนหนึ่งรักลูกของตัวเองมากกว่าพระเจ้าทำให้หล่อนลงนรกโดนลงโทษอย่างแสนสาหัส
ซึ่งเรื่องนี้ทำให้หล่อนไม่ชอบศาสนาคริสต์
อิซิสและแอนาเคยอ่าน Metamorphosis ของ Kafka
พวกเราคุยกันเรื่องหมอ ที่นี่การยัดเงินใส่มือหมอเป็นเรื่องปกติ (ผมเห็นกับตาว่าคนไข้ยัดเงินใส่มือหมอ
หมอก็ปฏิเสธพอเป็นพิธีแล้วค่อยยัดใส่กระเป๋า
เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากหมอไปหาคนไข้เพื่อแนะนำก่อนออกจากโรงพยาบาล) เข้าใจว่ามาจากเงินเดือนอันน้อยนิดของหมอที่นี่
ส่วนในเมืองไทย มีกฎข้อห้ามอย่างชัดเจนว่าห้ามรับเงินหรือสิ่งของมูลค่าไม่เกินเท่าไร
ถ้ารับจะมีบทลงโทษอย่างไร
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น