วันอังคารที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2557

วันที่หก 7 เมษา เป็นวันจันทร์

วันนี้วันที่หก เป็นวันจันทร์ เป็นวันที่อากาศดีแต่ผมไม่อยากจะลุกออกจากเตียง ตอนนี้ก็ย่างเข้าเที่ยงวัน ผมอยากไปเรียนมาก ก็รู้อยู่ว่าการเรียนเป็นภารกิจหลักของผมที่มาโรมาเนีย แต่มาจนวันนี้ผมยังไม่ได้เริ่มเลย งานวิจัยที่ผมเลือกไว้จะไปดูก็เปลี่ยน จากเรื่องที่ผมเลือกไปเกี่ยวกับฐานข้อมูลของสารที่ใช้ในแผนกกระดูกและข้อกลายมาเป็นเรื่องมะเร็งเต้านมและอะไรซักอย่างเกี่ยวกับหัวใจ ผมไม่รู้อะไรเลยเพราะยังไม่เจออาจารย์

อีกซักพักผมจะออกไป Izvor แอนเดรียอีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็น coordinator ของโครงการแลกเปลี่ยน นัดผมไปเพื่อจะแนะนำโรงอาหารที่ผมกับอิซิสจะกินฟรีตอนเที่ยงและตอนเย็น  แต่อิซิสจะกลับมาตอนบ่ายโมง หล่อนบอกว่าเหนื่อยไม่อยากไปไหน เพราะสิบเจ็ดชั่วโมงจากบูดาเปสต์สู่บูคาเรสต์ไม่ใช่เรื่องชิลๆ แถมตั๋วยังเป็นตั๋วนั่งๆเอนๆ ไม่ใช่ตั๋วนอนอีก ผมเห็นใจเธอมากครับแต่เย็นนี้หล่อนจะไปดูคอนเสิร์ตกับผม อแมนดาชวนไว้ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว ผมจะเจอเธอตอนสองทุ่มและจะไปด้วยกันที่สถานี Universitate (ตอนนี้คงคุ้นแล้วใช่ไหมครับ ว่าผมอยู่ใกล้สถานีนี้ )

ผมไปโรงอาหารหม่ำซุปมะเขือเทศมันฝรั่ง กะหล่ำปลีใส่น้ำส้มสายชูและฮอร์สแรดิช และไก่ปิ้งกับข้าวต้มหนืดๆ อร่อยดีครับ (ตั้งแต่มานี่อร่อยทุกเมนู) อ่อ และก็ขนมปังอีกก้อน แอนเดรียบอกว่าเคยไปไต้หวัน และก็รู้สึกแปลกหูแปลกตามาก ทั้งข้าวแบบบ้านเรา ผู้คนที่ต่อคิวขึ้นรถไฟฟ้า หรือรอรถเมล์ เพราะที่บูคาเรสต์นี่ ใครจะขึ้นก็ขึ้นใครใคร่ลงก็ลง ใครอยากทำอะไรก็ทำ แต่ที่ผมเห็นแล้วรู้สึกดีก็คือ รถยนต์ส่วนใหญ่จะหยุดให้คนข้ามถนน ที่บอกว่าส่วนใหญ่เพราะก็เยอะอยู่เหมือนกันที่ไม่สนใจคนข้ามถนน และคนข้ามถนนเองก็ไม่ค่อยสนใจไฟสีแดงซักเท่าไหร่ ไม่เหมือนกับที่ลอสแองเจลิสที่ทุกคนอยู่ในกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ผมมั่นใจว่าระเบียบเกิดจากการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง มิใช่ปลูกต้นจิตสำนึกที่ไม่มีอยู่จริง ต้นจิตสำนึกเป็นเพียงผลพลอยได้

หลังจากนี้ผมก็ถามทางไปสวนสาธารณะเฮราสเทราซึ่งเป็นสวนขนาดใหญ่ล้อมรอบแม่น้ำที่ขยายกว้างเป็นทะเลสาบ สวนอยู่ที่สถานี Aviatorilor ที่นี่มีเด็กวัยรุ่นค่อนข้างมาก ทั้งขี่จักรยาน โรลเลอร์เบลด และสเก็ตบอร์ด ผมเดินไปเรื่อยๆ สูดอากาศให้เต็มปอด วิวทิวทัศน์แปลกตา ต้นสน และต้นไม้อื่นๆที่ไม่รู้จักฉายภาพสะท้อนบนทะเลสาบที่ค่อนข้างสงบนิ่ง ผมเล็งจะเก็บภาพเงาสะท้อนบนพื้นน้ำ แต่ก็ไม่ได้เอื้อมมือไปหยิบกล้อง ผมควรใช้เวลากับบรรยากาศเสียมากกว่า ผมเดินไปเรื่อยๆจนรู้สึกว่าไกลมากแล้วและเริ่มเหนื่อย จึงนั่งพักหักชอกโกแลตเข้าปากแล้วเดินต่อ ผมตั้งเป้าไว้ว่าจะไม่เดินกลับทางเดิมเด็ดขาด บางทีเดินกลับทางเดิมอาจเห็นภาพที่ไม่เหมือนเดิม ทั้งมุมมอง สถานที่ และเวลา แต่ผมก็ตัดสินใจว่า ถ้าเดินไปทางใหม่ คงจะพบเจออะไรที่แตกต่างกว่า

ผมเปิดกูเกิลแมพในมือถือ ผมได้เส้นทางเดินแล้ว

ผมเดินผ่านเด็กหนุ่มจักรยานล้มขาเจ็บ ชายชราผมหงอกขาวที่เข้าไปถามไถ่อาการ คู่ชายหญิงที่ตั้งใจมาออกกำลังกาย สูดอากาศเข้าและออกเป็นจังหวะ จักรยานผ่านไปผ่านมา ชายชราอีกคนที่เดินไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และหญิงสาวที่นั่งบนลำต้นของต้นไม้ที่โตยื่นเข้าไปในทะเลสาบ

ผมมาหยุดที่รางรถไฟข้ามแม่น้ำซึ่งเป็นส่วนที่แคบของทะเลสาบ แวะถ่ายรูปเล็กน้อย รูปทะเลสาบ ต้นไม้ และท้องฟ้า ผมว่ามันธรรมดาเกินไป ผมเลยใส่ราวของทางรถไฟลงไปด้วย บนราวนั้นมีกราฟฟิติที่ใครซักคนมาพ่นเอาไว้ บาง ทีอาจจะพ่นเมื่อวาน เดือนที่แล้ว ปีที่แล้ว หรือสิบปีที่แล้ว ไม่มีใครรู้

ผมเดินเรียบทางรถไฟจนรู้สึกว่าตัวเองอยู่ในป่ารกชัฎ ผมเริ่มรู้สึกหวั่นๆ แต่ก็ยังก้มหน้าก้มตาเดินไปให้เร็วที่สุด จนเข้ามาในหมู่บ้าน ที่เต็มไปด้วยบ้านเดี่ยว สุดท้ายด้วยระยะทางที่ยาวไกล ผมก็มาถึงสถานี Vlaicu ตั้งตามชื่อ Aurel Vlaicu วิศวกรและนักบินที่ทำเครื่องบินติดเครื่องยนต์ หน้าของเขาอยู่บนธนบัตร 50 เล ด้วย ที่โรมาเนียเต็มไปด้วยนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียง (ไม่ใช่สิ เป็นผู้ที่ค้นพบสิ่งสำคัญมากมาย แต่ไม่มีใครให้ความสนใจมากกว่า) หนึ่งในนั้นคือ Nicholae Paulescu นักสรีรวิทยาผู้คนพบอินซูลินเป็นคนแรกของโลก แต่รางวัลโนเบลกลับตกเป็นของ Frederick Grant Banting และ Macleod กลับได้รางวัลไป เพราะมีการประยุกต์นำไปใช้กับผู้ป่วยเบาหวาน อีกคนหนึ่ง George E Palade นักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล จากการสร้างกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน และค้นพบ ribosome และ Endoplasmic reticulum ซึ่งถือเป็น breakthrough ของวงการเซลล์ชีววิทยาเลยทีเดียว (ข้อมูลจาก Wikipedia แนะนำโดย มาเรีย)

หลังจากกลับถึงหอผมก็หลับเป็นตาย ตื่นมาอีกที ก็ใกล้เวลาเดินทางไปดูคอนเสิร์ตไวโอลินและกีตาร์ที่คลับไฟร์ ผม อิซิส แอนเดรีย(ที่เป็นcoordinator) ซิลเวีย รุกแซนดรา (Ruxandra) และแอนา (Ana) เดินไปที่คลับไฟร์ที่อยู่ใกล้ๆ เราลงไปในดันเจียนใต้ดิน และเลือกมุมโซฟาที่นั่งสบายและเป็นมุมที่ดีสำหรับการดูคอนเสิร์ต ช่วงนี้มีโปรโมชัน ซื้อสองแถมหนึ่ง ผมเลยได้ draught beer ยี่ห้อ ursus ของโรมาเนียมาแก้ว อิซิส รุกซี่และแอนาไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ผมคุยกับแอนาเรื่องควอนตัมฟิสิกส์ ดูหล่อนสนใจวิทยาศาสตร์ค่อนข้างมาก อิซิสเล่าเรื่องมหาวิทยาลัยของเธอในบราซิลอย่างออกรส ไวโอลินก็เริ่มบรรเลงเพลง เปลี่ยนไวโอลินกลายเป็นกีตาร์ไฟฟ้า เขาทั้งสองเล่นทั้งเพลงป๊อปของควีน เพลงแจ๊สอย่างวอร์เตอร์เมลอน แมน เพลงคลาสสิก เพลงจังหวะเร็วๆมันๆ ตอนแรกผมนึกว่าจะมาสู้กันกับกีตาร์ แต่เล่นด้วยกันก็เพราะไปอีกแบบ

แก้วที่สองผมสั่งเบียร์ดำยี่ห้อเดิม แก้วนี้ 8 เล แก้วที่แล้ว 5 เล สิริรวม 130 บาทกับค่ำคืนสุนทรียะ

ลืมบอกไป หลังจากคุยดื่มไปซักพัก ทูดอร์ นักศึกษาแพทย์พรีคลินิกที่เป็นคนติดต่อกับผมก่อนมา ก็มาถึง เขาขับรถมาจากซักที่หนึ่ง ผมซักเขาเป็นรอบที่ล้านห้าว่า เมื่อไรผมจะได้ไปดูงานวิจัยกับอาจารย์เสียที เขาบอกว่าอาจารย์มีงานสอนเยอะไม่ว่างเลย อิซิสบอกกับผมว่า หล่อนเพิ่งเริ่มงานในโรงพยาบาลอาทิตย์ที่แล้วเอง! ซึ่งหล่อนมาถึงตั้งแต่วันที่ 12 มีนา หรือประมาณนั้น


หลังเลิก ผมกับอิซิส ไปส่งแอนากลับบ้าน แม่ของหล่อนน่าจะอยู่แถวๆนี้เพื่อรอรับเธอกลับบ้าน เหมือนพ่อแม่ผมไม่มีผิด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น