ถึงแม้เวลาเปลี่ยน
หลายๆอย่างเปลี่ยน
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่มีวันเปลี่ยน
ไม่มีวันเปลี่ยนจริงๆ
วันอังคารที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2553
วันจันทร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2553
ไม่สบาย
ย้อนไป 2 อาทิตย์ที่แล้ว เจ็บคอมากมาย จนปวดหัว แล้วก็เหมือนจะมีไข้ กินยาแก้อักเสบไปหมดโดส ก็ไม่หาย ยังเจ็บคออยู่ ก่อนสอบแกต แพต 2วัน ก็เริ่มปวดหัว เลยกินยาทุกอย่างแก้ขัด จะได้ไปสอบไหว กินพาราไปเม็ด ยาแก้แพ้อีกเม็ด (แบบไม่ง่วง)
ผ่านมาสองวันสอบแกตแพตเสร็จแล้ว ยังเจ็บคอ กับปวดตาข้างซ้าย (คือทั้งปวดตาข้างซ้าย และก็เจ็บคอข้างซ้ายด้วย = =) ไปเจาะเลือด ตรวจทุกอย่างตั้งแต่ ไต ตับ กลูโคส ยูริก คอเลสเตอรอล ตอนเจาะ แม่เจาะแขนซ้าย เจาะวืด เลือดไม่ไหล คว้านหาอยู่อย่างพยายามซํกสองสามที แล้วก็ถามว่า เจ็บมั้ย ก็ตอบไปตามที่รู้สึกว่า เจ็บ!(โว้ย) ก็เลยควานอีกที แล้วก็ไม่เจอ เลยดึงเข็มออก แล้วแม่ก็เรียกป้าพยาบาลมาเจาำะแทน =*= เจาะได้ด้วยดี แต่ป้าแกเจาะซะช้ำเขียวเลย หลังจากนั้นไปตรวจตา หมอบอกว่าเล่นคอมมากไป ตาแห้ง เยื่อหุ้มตาอักเสบ ให้ยามาหยอดแก้อักเสบ กับน้ำตาเทียม แล้วก็ให้ไปตัดแว่นใหม่ แล้วสรุปว่ามันช่วยให้หายปวดตามั้ยฮะ แม่บอกไหนๆก็มาแล้ว ก็ไปตรวจคอ หู จมูกต่อเลย ไปรอหน้าห้องหมอ เสียงหมอดังมาก (หมออาจจะไม่ได้ยินเสียงตัวเองเพราะแมสปิดปากอยู่ = =) เสียงหมอดังชัดทุกถ้อยคำ อ้าปากครับ! ร้องว่าอี้ครับ! ร้องยาวๆครับ! อ้ากว้างๆครับ! เงยหน้าครับ! ขี้มูกเยอะนะครับ! เงียบไปซักพักแล้วคนไข้คนที่ร้องว่าอี้ ก็เดินออกมา แล้วหมอก็เรียกชื่อ XXXครับ! ชื่อเราเองนี่หว่า เข้าไปในห้องแล้วหมอก็ถามทั่วไป แล้วก็เริ่มปฎิบัติการของอาหมอเค้า เค้าหยิบไม้ไอติมเหล็กมาแล้วก็พูดด้วยเสียงใสๆว่า อ้าปากครับ!.....
ตรวจเสร็จหมอบอกไม่เป็นไร เอายาแก้อักเสบไปกินอีกสามวัน ยาแก้ปวด(อยากบอกหมอว่า พารายังไม่หมด ตอนนี้ที่บ้านมีเกือบทุกยี่ห้อแล้ว!) ยาแก้แพ้ และอีกมากมาย ซึ่ง เหมือนเดิม
กลับบ้านกับพ่อแม่ ไปตัดแว่นก่อนตามคำแนะนำหมอ ตาสองข้างไม่สามัคคี ข้างซ้าย 575 เอียง50 ข้างขวา 750 เอียง 0 ตัดแว่นใหม่ได้ แว่นสีแดง ๕๕๕+ (เดี๋ยวก็เห็น) ทรงคล้ายๆเดิม
ตอนนี้ อาการเจ็บคอมากขึ้น ปวดตาข้างซ้ายเหมือนเดิม
ปล. ตอนนี้เจ็บคอข้างขวา แล้ว!
ปล.2 ผลเจาะเลือดเหมือนเดิม ยูริกสูง!
ผ่านมาสองวันสอบแกตแพตเสร็จแล้ว ยังเจ็บคอ กับปวดตาข้างซ้าย (คือทั้งปวดตาข้างซ้าย และก็เจ็บคอข้างซ้ายด้วย = =) ไปเจาะเลือด ตรวจทุกอย่างตั้งแต่ ไต ตับ กลูโคส ยูริก คอเลสเตอรอล ตอนเจาะ แม่เจาะแขนซ้าย เจาะวืด เลือดไม่ไหล คว้านหาอยู่อย่างพยายามซํกสองสามที แล้วก็ถามว่า เจ็บมั้ย ก็ตอบไปตามที่รู้สึกว่า เจ็บ!(โว้ย) ก็เลยควานอีกที แล้วก็ไม่เจอ เลยดึงเข็มออก แล้วแม่ก็เรียกป้าพยาบาลมาเจาำะแทน =*= เจาะได้ด้วยดี แต่ป้าแกเจาะซะช้ำเขียวเลย หลังจากนั้นไปตรวจตา หมอบอกว่าเล่นคอมมากไป ตาแห้ง เยื่อหุ้มตาอักเสบ ให้ยามาหยอดแก้อักเสบ กับน้ำตาเทียม แล้วก็ให้ไปตัดแว่นใหม่ แล้วสรุปว่ามันช่วยให้หายปวดตามั้ยฮะ แม่บอกไหนๆก็มาแล้ว ก็ไปตรวจคอ หู จมูกต่อเลย ไปรอหน้าห้องหมอ เสียงหมอดังมาก (หมออาจจะไม่ได้ยินเสียงตัวเองเพราะแมสปิดปากอยู่ = =) เสียงหมอดังชัดทุกถ้อยคำ อ้าปากครับ! ร้องว่าอี้ครับ! ร้องยาวๆครับ! อ้ากว้างๆครับ! เงยหน้าครับ! ขี้มูกเยอะนะครับ! เงียบไปซักพักแล้วคนไข้คนที่ร้องว่าอี้ ก็เดินออกมา แล้วหมอก็เรียกชื่อ XXXครับ! ชื่อเราเองนี่หว่า เข้าไปในห้องแล้วหมอก็ถามทั่วไป แล้วก็เริ่มปฎิบัติการของอาหมอเค้า เค้าหยิบไม้ไอติมเหล็กมาแล้วก็พูดด้วยเสียงใสๆว่า อ้าปากครับ!.....
ตรวจเสร็จหมอบอกไม่เป็นไร เอายาแก้อักเสบไปกินอีกสามวัน ยาแก้ปวด(อยากบอกหมอว่า พารายังไม่หมด ตอนนี้ที่บ้านมีเกือบทุกยี่ห้อแล้ว!) ยาแก้แพ้ และอีกมากมาย ซึ่ง เหมือนเดิม
กลับบ้านกับพ่อแม่ ไปตัดแว่นก่อนตามคำแนะนำหมอ ตาสองข้างไม่สามัคคี ข้างซ้าย 575 เอียง50 ข้างขวา 750 เอียง 0 ตัดแว่นใหม่ได้ แว่นสีแดง ๕๕๕+ (เดี๋ยวก็เห็น) ทรงคล้ายๆเดิม
ตอนนี้ อาการเจ็บคอมากขึ้น ปวดตาข้างซ้ายเหมือนเดิม
ปล. ตอนนี้เจ็บคอข้างขวา แล้ว!
ปล.2 ผลเจาะเลือดเหมือนเดิม ยูริกสูง!
วันพฤหัสบดีที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2553
ค ร้ากก
เราเคยรักใคร ตั้งแต่พบหน้ากันครั้งแรก แบบ 1st love เป็นรักแีรกที่จริงจังมากมาย
แต่ด้วยความเป็นเด็กน้อยๆ ก้อเลยพลาดไป หลังจากวันนั้น ก็เหมือน auto immune สร้าง antibody
มากมาย ต่อต้าน สิ่งที่เีีัรียก ว่า ค ร้ากก
อยากเปิดใจกับใครซักคน แต่ก็ไม่แน่ใจแล้วว่า มันคือ ค ร้ากก หรือเปล่า จบกัน ...
ถ้าลองเปิดใจดู จะผิดไหม ถ้าบอกชอบเค้าไปจะผิดไหม
หรือ แค่ เป็น เพื่อน คุยกัน ทุกเรื่อง จนวันหนึ่ง เวลา จะเป็นผู้ตัดสิน
ไม่อยากพลาดอีก กลัว
ปล.สมองเราเกิด การปรับตัวอย่างรวดเร็วตามสถานการณ์รุนแรง แบบ พออยู่รอดได้
แต่ เราอยากได้ สมอง แบบ 'ไม่..รู้..จัก..จำ'
อยากมีใึครซักคน ที่ไม่ใช่ใครก็ได้
อยากมีใึครซักคน ที่ไม่ใช่ใครก็ได้
วันอังคารที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2553
วันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2553
ศิลปะ ต่อ
เห็นรูปเพื่อนตอนเด็ก น่ารักมาก เห็นแล้วคิดถึงตัวเอง จึงลองวาดดูบ้าง
โดยดูแบบเป็นรูปตอนเด็กของเพื่อนใส่ชุดชาวเขาน่ารักสุดๆ แต่พอลองวาดดู
รูปเด็กวาดยากกว่าที่คิดมาก ทำให้ผลงานดูไม่ได้ บา่งรูปก็แก่เกิน ๕๕+ เลยไม่มาลงไว้ ไม่มีทาง
รูปต่อไปคิดว่าจะวาดอะไรดี พอดีนึกถึงหนังเรื่อง toy story3 ที่เพิ่งดูมา เรื่องราวเกี่ยวกับมิตรภาพของเพื่อน
เราจึงgoogle หารูปที่น่าวาดมากที่สุด สุดท้ายก็ได้รูป buzz lightyear กับ woody ความจริงตัวละครที่ชอบที่สุดคือ ต่างดาว สามตา ๕๕๕ The CLAWWW...=o=
ในรูปนี้ชอบแขนขวาที่สุด มันดูมีมิติกว่าที่อื่นๆ
กับชอบโหนกของ woody ~ ..~''
คงไม่มีรูปอื่นอีกแล้ว ขอจบงานศิลปะ(ส่งครู) ไว้แค่นี้
ุปล.ถ้ามีเวลาจาวาดต่อ แต่คงไม่มีเวลาจนถึงปีหน้า = =''
วันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2553
ศิลปะ
งานศิลปะส่งอาจารย์ต้องทำเป็น research ทำรูปเล่ม และอีกมากมาย ส่งวันไหนหรอ
ส่งอาทิตย์หน้าไง !
เำพื่อนๆเราบางคนก็วาดสีน้ำมัน บางคนก็ปั้น บางคนก็เอาเสื้อผ้ามากองเป็นรูปภาพ ภาพเขียนชื่อดัง
เรามีหลายโครงการอยู่ในหัว เช่น ทำหนังประมาณจิตๆหน่อย วาดรูปจากเพลง หลับตาวาดรูปว่าจะได้ภาพเหมือนจริงกว่าหรือเปล่า วาดภาพโดยใช้เมาส์
เราก็พอๆสรุปได้ว่า ขี้เกียจสุดๆ เราก็เลยเอาโครงการสุดท้ายที่คิดไว้ ''การวาดโดยใช้เมาส์''
ภาพแรกๆ ที่วาดเป็นภาพportrait หน้าคน กับภาพผู้หญิงนั่ง เพราะเคยวาดมาก่อน และก็วาดอยู่บ่อยๆ ไม่น่ายาก แต่ความจริงแล้วตัวเมาส์บังคับได้ยากกว่าที่คิด เพราะเมาส์มักชอบลื่น และกำหนดความหนักเบาของเส้นไม่ได้ด้วย โปรแกรมที่ใช้เป็นflash จากเว็ปไซต์ http://sketch.odopod.com/ เป็นเว็ปไซต์ที่สามารถวาดรูปและเซฟไว้ใน account ตัวเอง มีจุดเด่นคือสามารถกดปุ่ม replay เพื่อดูวิดีโิอ การวาดรูปภาพของเราตั้งแต่เริ่มวาด จนจบ โดยรวมทุกขั้นตอนทั้งการลบ การลงสี อีกอย่างหนึ่งคือพู่กันสี โดยพู่กันสีจะสามารถกำหนดความหนา และความเข้มของเส้นได้ โดยการลากเมาส์ให้เร็วขึ้น หรือช้าลง ถ้าเมาส์เคลื่อนช้า เส้นจะบางและเข้ม แต่ถ้าเมาส์เคลื่อนเร็วเส้นจะแผ่ออกกว้างและจาง และวิธีการระบายสีเข้มก็ให้ระบายทับไปทับมาหลายๆรอบ อุปกรณ์ที่โปรแกรมมีให้มีดินสอสีอยู่ 10 สี และพู่กัน 13สี มียางลบ และสีขาว (ส่วนใหญ่ใช้เพิ่มแสง) การตัดเส้นโดยใช้เมาส์จะทำได้ยากมาก เพราะเส้นจะขรุขระไม่เสมอกัน เพราะเมาส์มีข้อจำกัดในการเคลื่อนที่ ภาพแรกๆที่วาด ไม่สวยเพราะ ไม่สมส่วน ไม่มีแสงและเงา การตัดเส้นไม่สม่ำเสมอ ภาพต่อๆมาจึงใช้จุดเด่นของโปรแกรม วาดภาพผู้หญิงนั่ง โดยใช้ความเร็วของเมาส์ทำให้เส้นหนา และใช้พู่กันตัดเส้นแทนดินสอ เพราะขนาดเส้นที่วาดโดยดินสอจะเล็กกว่า
ภาพต่อมา เกิดจากการลองดูคนอื่นวาด โดยคนอื่นจะระบายพื้นหลังก่อน และลองเริ่มตัดเส้นดู ปรากฎว่าสามารถตัดเส้นที่เรียบ และสวยได้
ส่งอาทิตย์หน้าไง !
เำพื่อนๆเราบางคนก็วาดสีน้ำมัน บางคนก็ปั้น บางคนก็เอาเสื้อผ้ามากองเป็นรูปภาพ ภาพเขียนชื่อดัง
เรามีหลายโครงการอยู่ในหัว เช่น ทำหนังประมาณจิตๆหน่อย วาดรูปจากเพลง หลับตาวาดรูปว่าจะได้ภาพเหมือนจริงกว่าหรือเปล่า วาดภาพโดยใช้เมาส์
![]() |
| The man - ภาพ portrait คน |
เราก็พอๆสรุปได้ว่า ขี้เกียจสุดๆ เราก็เลยเอาโครงการสุดท้ายที่คิดไว้ ''การวาดโดยใช้เมาส์''
ภาพแรกๆ ที่วาดเป็นภาพportrait หน้าคน กับภาพผู้หญิงนั่ง เพราะเคยวาดมาก่อน และก็วาดอยู่บ่อยๆ ไม่น่ายาก แต่ความจริงแล้วตัวเมาส์บังคับได้ยากกว่าที่คิด เพราะเมาส์มักชอบลื่น และกำหนดความหนักเบาของเส้นไม่ได้ด้วย โปรแกรมที่ใช้เป็นflash จากเว็ปไซต์ http://sketch.odopod.com/ เป็นเว็ปไซต์ที่สามารถวาดรูปและเซฟไว้ใน account ตัวเอง มีจุดเด่นคือสามารถกดปุ่ม replay เพื่อดูวิดีโิอ การวาดรูปภาพของเราตั้งแต่เริ่มวาด จนจบ โดยรวมทุกขั้นตอนทั้งการลบ การลงสี อีกอย่างหนึ่งคือพู่กันสี โดยพู่กันสีจะสามารถกำหนดความหนา และความเข้มของเส้นได้ โดยการลากเมาส์ให้เร็วขึ้น หรือช้าลง ถ้าเมาส์เคลื่อนช้า เส้นจะบางและเข้ม แต่ถ้าเมาส์เคลื่อนเร็วเส้นจะแผ่ออกกว้างและจาง และวิธีการระบายสีเข้มก็ให้ระบายทับไปทับมาหลายๆรอบ อุปกรณ์ที่โปรแกรมมีให้มีดินสอสีอยู่ 10 สี และพู่กัน 13สี มียางลบ และสีขาว (ส่วนใหญ่ใช้เพิ่มแสง) การตัดเส้นโดยใช้เมาส์จะทำได้ยากมาก เพราะเส้นจะขรุขระไม่เสมอกัน เพราะเมาส์มีข้อจำกัดในการเคลื่อนที่ ภาพแรกๆที่วาด ไม่สวยเพราะ ไม่สมส่วน ไม่มีแสงและเงา การตัดเส้นไม่สม่ำเสมอ ภาพต่อๆมาจึงใช้จุดเด่นของโปรแกรม วาดภาพผู้หญิงนั่ง โดยใช้ความเร็วของเมาส์ทำให้เส้นหนา และใช้พู่กันตัดเส้นแทนดินสอ เพราะขนาดเส้นที่วาดโดยดินสอจะเล็กกว่า
![]() |
| The girl |
![]() |
| The door The window and The boy |
ภาพนี้ต้องการแสดงถึงสิ่งสามสิ่งคือประตู หน้าต่าง และเด็กผู้่ชาย บนประตูจะมีรอยขีดเขียนเป็นรูปมือที่เหมือนกำลังเล่นเป่า ยิง ฉุบ สื่อถึงการมีมิตรสหาย ที่เด็กชายขาดหายไป หน้าต่างมี นก คน และชายหาด โดยเป็นวิวเดียวกับรูปภาพ The girl นกแสดงถึงมิตรสหาย ในภาพประตูเหมือนถูกปิดตาย นกเป็นมิตรเดียวที่เด็กชายมี รูปเด็กชายกำลังเล่นของเล่นกับรูปภาพนกอย่างมีความสุข ความจริงแล้วเด็กชายคนนั้นกำลังรอนก ที่เป็นเพื่อนของเขามาเล่นด้วย
รูปต่อจากนี้ ได้ลองวาดภาพเหมือนดารา Emma Watson ที่เลือก Emma เพราะเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป และเป็นดาราที่ชอบด้วย ภาพนี้ใช้การตัดเส้น โดยดินสอสีดำ และลงสี
ตอนแรกๆ ลงสีไม่ค่อยเป็น จึงลองไปลองมา จนพบสีเขียวขี้ม้าที่สามารถช่วยเกลี่ยสี และทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น
![]() |
| Emma Watson |
รูปต่อๆมา จะเป็นการทดลอง เช่นรูปดอกไม้ จะเป็นการลองใช้พู่กัน โดยลาดเมาส์เร็วๆ ทำให้เส้นบานออก
![]() |
| The flower |
โดยความสงสัยว่าพู่กันลากเร็วๆแล้วบานออก เกิดจากการวาดรูปหอไอเฟลก่อนหน้า โดยในรูปมีพลุ
รูปนี้ทำให้เกิดรูปต่อไป คือ Chinese Porcelain หรือเครื่องชามสังคโลก โดยได้พยายามวาดภาพแบบพู่กันจีน แต่ไม่สำเร็จเท่าที่ควร เพราะ ยังไม่เข้าใจเทคนิกการวาดภาพแบบจีนเท่าไหร่ และเืืทคนิกการวา่ด โดยใช้โปรแกรม
การใช้เมาส์และโปรแกรมนี้ วาดรูปให้ความรู้สึกแตกต่างไปจากการใช้ปากกา ดินสอหรือพู่กันจริงๆ โดยการใช้เมาส์วาดรูป จะกำหนดผลลัพท์ที่แน่นอนไม่ได้ บางครั้งก็ดีกว่าที่คิดไว้ บางทีก็แย่กว่า และบางครั้งก็เกิดไอเดียใหม่ๆ ที่การวาดในกระดาษไม่เคยเจอ
ดูวิดีโอขั้นตอนการวาดได้ใน youtube ที่กำลังจะลง
Arts is Aesthetics.
วันพุธที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2553
โจทย์ ถ้าเลือกไปที่ไหนได้ซักที่เวลาใดสักช่วงจะไปเวลาไหน
![]() |
| The Great Masturbator |
![]() |
| http://www.johnpopes.com/body-soul/gattaca-the-best-inspirational-movie-ive-ever-seen-836/ |
เราจะรู้การทำงานของสมอง ทำให้สามารถกำหนดความคิดคนได้ ทำให้ทุกสิ่งเป็นระเบียบแต่จะไม่จำกัีดความคิดที่ในปัจจุบันเรียกว่า'จินตนาการ'ให้หายไป เหมือนหนังเรื่องหนึ่ง(จำชื่อเรื่องไม่ได้) ที่มียาที่ใช้ควบคุมความประพฤติของคนทั้งเมือง เราจะเห็นได้ว่าในหนังจะเกิดปัญหาเพราะเราจำกัดความคิดของคนมากเกินไป
เราจะเข้าใจการทำงานของยีนทั้งหมด ทำให้เราสามารถสร้างมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบไม่ต้องกลัวโรคภัยไข้เจ็บอีกต่อไป เหมือนในหนังเีรื่อง GATTACA ที่เราสามารถคาดคะเนการเกิดโรคได้โดยดูเพียงลำดับDNA ในเรื่องจะสื่อถึงปัญหาคนสองชนชั้นคือ ชนชั้นที่ผ่านการคัดเลือกยีน กับชนชั้นล่างที่เกิดจากการปฎิสนธิโดยธรรมชาติ
เราจะมีระบบกำจัดมลพิษด้วยเครื่องที่สามารถเปลี่ยนโมเลกุลสารพิษไปเป็นโมเลกุลสารที่มีประโยชน์ บางทีเราอาจเปลี่ยนถ่านเป็นทองคำได้อีกด้วย ถ้าเราเข้าใจอะตอมมากพอ เหมือนในหนังสือสถาบันสถาปนา ของไอแซค อาซิมอฟ
เราจะเข้าใจกฏทางฟิสิกส์มากขึ้น เราไม่มั่นใจว่าจะอธิบายได้ทั้งจักรวาลหรือเปล่า แต่ก็ต้องมากพอที่จะใช้ทำอะไรได้มากมาย ทั้งการเดินทางด้วยจรวดความเร็วสูง ความเข้าใจในสนามโน้มถ่วง คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ควอนตัมฟิสิกส์ ความเข้าใจการประพฤติตัวของอิเล็กตรอน ทฤษฏีใหม่ๆ เช่น superstring เป็นต้น
ถ้าเราเข้าใจวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ที่เป็นพื้นฐานมากขึ้นเท่าไหร่ เทคโนโลยีก็จะพัฒนาไปมากเท่านั้น
โลกในยุคอนาคตคงมีผู้คนจำกัดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาความขาดแคลน ประเทศต่างๆจะรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน จะไม่เกิดสงครามใดๆขึ้นอีก
หลังจากที่เราคุยความคิดของเราให้ฟัง คนหนึ่งก็ถามว่า ถ้าเรารู้ทุกอย่างแล้วเราจะอยู่ไปเพื่ออะไร เราชอบอยู่บนความไม่รู้มากกว่า เราว่ามันไม่น่าเบื่อดี
เราก็ว่างั้นเหมือนกัน ถ้าเรารู้ทุกอย่าง เข้าใจในสรรพสิ่ง เราก็จะไม่รู้ว่าจะอยู่ไปเพื่ออะไร แต่เราก็จะรู้ได้ว่าเราไม่ได้อยู่เพื่ออะไรซักอย่าง แต่เราอยู่เพราะเราอยู่
ถึงแม้มนุษย์จะเป็นสิ่งที่ฉลาดซักเพียงใด มนุษย์ยังคงเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง ที่มีแรงผลักดันให้ขยายเผ่าพันธุ์เพื่อรักษา รูปแบบdna นี้ไว้ หรือเราจะกล่าวได้ว่า ความรักยังเป็นเบื้องหลังที่ขับดันมนุษย์บนโลกให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้า
Maybe Love is the answer or merely just a complicated thing
วันอังคารที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2553
ยาก
สิ่งที่่ยากไม่ใช่สิ่งที่ซับซ้อน แต่สิ่งที่ยากคือสิ่งที่เข้าใจได้ยาก
ความรู้ส่วนใหญ่จะเข้าใจได้ด้วยการรับรู้พื้นฐาน ถ้ามีสิ่งที่นอกเหนือสิ่งที่เราเคยรับรู้และสัมผัส เีราจะรู้สึกยอมรับมันไม่ได้ หรือไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร เช่น
ทฤษฏีเกี่ยวกับก๊าซ สมมติว่ามีกระบอกสูบตั้งอยู่ในห้องนอน โดยมีโมเลกุลของออกซิเจนจำนวนหนึ่งบรรจุอยู่ ในหัวของเราก็จะเห็นภาพโมเลกุล O2 วิ่งไปวิ่งมาแบบสุ่ม โดยอาจมีโมเลกุลชนผนัง หรือชนกันเองทำให้ทิศทางและความเร็วของโมเลกุลนั้นเปลี่ยนไป พลังงานจลน์ 1/2mv^2 ของแต่ละโมเลกุลไม่เท่ากัน แต่รวมๆแล้วเป็นพลังงานจลน์เฉลี่ย =N1/2MVrms^2 โดยคิดผลบวกของพลังงานจลน์แต่ละโมเลกุลโดยให้ความเร็วเป็นรากที่สองของกำลังสองเฉลี่ยเท่ากันทุกโมเลกุล ถ้าเรากดกระบอกลูกสูบนั้นลงไป(กำลังเห็นภาพลูกสูบเคลื่อนลง ทำให้ปริมาตรลดลง)โมเลกุลก๊าซต่างๆก็จะชนผนังด้วยความถี่สูงขึ้นโดยความเร็วก่อนชนและหลังชนเท่ากัน แรงที่กระทำต่อผนังกระบอกสูบจึงสูงขึ้น
ตามไปด้วย แรงต่อพื้นที่ผิวจึงมากขึ้นหรือความดันมากขึ้น
ทฤษฏีเกี่ยวกับก๊าซ สมมติว่ามีกระบอกสูบตั้งอยู่ในห้องนอน โดยมีโมเลกุลของออกซิเจนจำนวนหนึ่งบรรจุอยู่ ในหัวของเราก็จะเห็นภาพโมเลกุล O2 วิ่งไปวิ่งมาแบบสุ่ม โดยอาจมีโมเลกุลชนผนัง หรือชนกันเองทำให้ทิศทางและความเร็วของโมเลกุลนั้นเปลี่ยนไป พลังงานจลน์ 1/2mv^2 ของแต่ละโมเลกุลไม่เท่ากัน แต่รวมๆแล้วเป็นพลังงานจลน์เฉลี่ย =N1/2MVrms^2 โดยคิดผลบวกของพลังงานจลน์แต่ละโมเลกุลโดยให้ความเร็วเป็นรากที่สองของกำลังสองเฉลี่ยเท่ากันทุกโมเลกุล ถ้าเรากดกระบอกลูกสูบนั้นลงไป(กำลังเห็นภาพลูกสูบเคลื่อนลง ทำให้ปริมาตรลดลง)โมเลกุลก๊าซต่างๆก็จะชนผนังด้วยความถี่สูงขึ้นโดยความเร็วก่อนชนและหลังชนเท่ากัน แรงที่กระทำต่อผนังกระบอกสูบจึงสูงขึ้น
ตามไปด้วย แรงต่อพื้นที่ผิวจึงมากขึ้นหรือความดันมากขึ้น
แล้วถ้าพูดถึงสนามไฟฟ้า เรารู้ว่าถ้านำประจุไปวางบนสนามไฟฟ้าจะมีแรงกระทำต่อประจุนั้น แต่สนามคืออะไร มันไม่ใช่คลื่น ไม่ใช่อนุภาค มันเหมือนเป็นแรงอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็น แต่รับรู้ได้ว่ามันมีอยู่ ถ้าเอาประจุไฟฟ้ามาเขย่า เหมือนเขย่าขวดนม ด้วยความถึ่ที่สูงพอ มันจะปล่อยอะไรบางอย่างออกมา โดยถ้ามีความถี่ที่เหมาะสม มันจะมองเห็นได้ มันคือแสง หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ที่บางครั้งมันก็ทำตัวเป็นคลื่น บางครั้งก็ดูคล้ายอนุภาค(มันทำสองอย่างพร้อมๆกันนะเพราะแสงมันก็คือแสง) อย่างโฟโตอิเล็กทริก เป็นต้น
ถ้าจะบอกว่าเรื่องที่ซับซ้อนเป็นสิ่งที่ยากมันก็ไม่ใช่ เพราะภายใต้สิ่งที่ซับซ้อนที่สุดมันจะมีสิ่งที่พื้นฐานที่สุดรองรับอยู่เสมอ ตัวที่เป็นสิ่งพื้นฐานที่สุดนั่นเองที่เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ยากที่สุด มันจึงเป็นสิ่งที่ยากที่สุด เนื่องมาจากคำถามเพียงคำถามเดียวว่า 'ทำไม'
บางทีเรื่องของเราอาจจะไม่ได้ซับซ้อนอะไร แต่สิ่งที่เราจะเรียกว่าความรักบางครั้งก็เข้าใจได้ยากเหลือเกิน
วันอาทิตย์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2553
วันนี้หนาวมาก
เพิ่งรู้ว่าประเทศไทยหนาวขนาดนี้
เมื่อเช้าเรียน สังคม davance ห้อง L นึกว่าจะมีเพื่อนมาเรียนด้วย แต่ไม่เจอใคร
แอร์ก็หนาว ขนาด จารย์ปิง ยังบ่น (เรียนเทป) ยิ่งไม่มีใครมานั่งเป็นเพื่อนยิ่งหนาวขึ้นอีก
รถไฟฟ้า วันอาทิตย์ คนน้อยนิด แต่ดันประกาศ ให้เข้าไปยืนข้างใน ที วันเสาร์คนเยอะๆ ไม่เห็นจะประกาศ ทำให้เราต้อง ห้อยโตงเตง ไม่มีที่จับ
รถไฟฟ้าเป็นสิ่งที่น่ากลัว พอๆกับในลิฟท์ ห้ามพูด ห้ามกระพิบตา ห้ามกลืนน้ำลาย ห้ามเดิน ห้ามหันหน้าไปมาบ่อยๆ ห้ามกิน ห้ามดื่ม ห้ามคุยโทรศัพท์ ถ้ากลั้นหายใจได้คงกลั้นไปจนถึงสยามแล้วค่อยหายใจต่อ
เกลียดคนเยอะที่สุด
รถไฟฟ้าจากสถานีก่อนสยามถึงสยามเป็นทางที่เหวี่ยงมากที่สุด ต้องจับแน่นๆ
ตอนเที่ยงไปกินข้าว ทุกทีจะไปกินกับเพื่อน บางวันเพื่อนไม่มาก็ไปกินข้าวแกงซอย ๕ คนเดียว
รีบๆกิน รีบๆไป แต่วันนี้ คิดยังไงก็ไม่รู้ ไปนั่งกินร้านอาหารบนลิโด้ บางทีอาจจะอยากลองนั่งกินคนเดียวดูบ้างว่าเราจะอยู่คนเดียวได้ไหม นั่งไปทำเลขไป รอกับข้าว คนก็มองบ้างอะไรบ้าง ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือว่าเค้ามองจริงๆ ก็ทุกคนมากันเป็นกลุ่มหมดเลยนี่หน่า สรุปก็คือ รีบๆกิน รีบๆไป
เรียนตอนบ่าย เลขพี่ต้อม เดินเข้าห้อง พี่ต้อมไม่มา ลาป่วย ต้องเรียนกับเทป ถูกเด็กม5 ไซโค ทำไมต้องไซโคด้วย เราก็ไม่เคยไปไซโคใครเข้า ความจริงแล้วถ้าเราไม่คิดเรื่องนี้ เราก็ไม่รู้สึกทุกข์ แต่เราคิดเราก็ทุกข์ แสดงว่าเราคิดถึงมันอยู่ เราอาจเคยไซโคใครไปแล้ว เราจึงคิดถึงเรื่องนี้และความรู้สึกนี้ได้
หนาวขึ้นเรื่อยๆ ในห้องเรียน ยิ่งกินโออิชิน้ำผึ้งมะนาว ก็ทำให้หนาวขึ้นอีก หนาวทั้งภายนอกและภายใน
ตัวสั่นอยู่หลายนาที ใช้เอทีพีเพิ่มพลังงานความร้อนให้เข้าสู่จุดสมดุล
คนข้างนอกคงตลก นั่งสั่นอยู่ได้ บ้าป่าว
เรียนไปเรียนมาถึงรู้ว่าผ่านไปสามวันแล้ว เรียนวันเดียว พี่ต้อมเปลี่ยนเสื้อไปสามตัว
ในห้องเรียนน่ากลัวมาก มีผู้คุมวิญญาณหนึ่งคนเป็นเพศเมียทำหน้าที่เปลี่ยนแผ่นซีดี และก็จ้องมองด้วยสายตาเหยียดหยาม ชิงชัง อาฆาต เครียดแค้น หรือความรู้สึกอะไรซักอย่างประมาณนั้น ต่อคนที่คุยกัน และโทรศัพท์ ด้วยสัญชาติญาณ ผู้คุมวิญญาณจะหันไปทันที่ที่ได้ยินเสียงแปลกปลอม เช่นเสียงโทรศัพท์มือถือเด็กนักเรียน
สิ่งที่ได้วันนี้ก็คือเทคนิกการหาโดเมนเน่ และเรนเจ๊ และ การย้อนเวลา
นาฬิกาทุกเรือนของเราตอนนี้เปลี่ยนไปเป็นนาฬิกาเวลาปากีสถาน เราจะได้อ่านหนังสือได้มากขึ้นสองชั่วโมง
เราอยากไปเวนิสมากกว่าแต่กลัวตื่นไม่ทันลงหอ
อยากดื่มน้ำ มีใครมีน้ำไหมนี่
ปล.ร่างกายมนุษย์ขาดน้ำอยู่เกือบตลอดเวลา เวลาที่เรารู้สึกกระหายน้ำคือการขาดน้ำอย่างรุนแรง
ปล.2 ปริมาณสาร แล้วไง
เมื่อเช้าเรียน สังคม davance ห้อง L นึกว่าจะมีเพื่อนมาเรียนด้วย แต่ไม่เจอใคร
แอร์ก็หนาว ขนาด จารย์ปิง ยังบ่น (เรียนเทป) ยิ่งไม่มีใครมานั่งเป็นเพื่อนยิ่งหนาวขึ้นอีก
รถไฟฟ้า วันอาทิตย์ คนน้อยนิด แต่ดันประกาศ ให้เข้าไปยืนข้างใน ที วันเสาร์คนเยอะๆ ไม่เห็นจะประกาศ ทำให้เราต้อง ห้อยโตงเตง ไม่มีที่จับ
รถไฟฟ้าเป็นสิ่งที่น่ากลัว พอๆกับในลิฟท์ ห้ามพูด ห้ามกระพิบตา ห้ามกลืนน้ำลาย ห้ามเดิน ห้ามหันหน้าไปมาบ่อยๆ ห้ามกิน ห้ามดื่ม ห้ามคุยโทรศัพท์ ถ้ากลั้นหายใจได้คงกลั้นไปจนถึงสยามแล้วค่อยหายใจต่อ
เกลียดคนเยอะที่สุด
รถไฟฟ้าจากสถานีก่อนสยามถึงสยามเป็นทางที่เหวี่ยงมากที่สุด ต้องจับแน่นๆ
ตอนเที่ยงไปกินข้าว ทุกทีจะไปกินกับเพื่อน บางวันเพื่อนไม่มาก็ไปกินข้าวแกงซอย ๕ คนเดียว
รีบๆกิน รีบๆไป แต่วันนี้ คิดยังไงก็ไม่รู้ ไปนั่งกินร้านอาหารบนลิโด้ บางทีอาจจะอยากลองนั่งกินคนเดียวดูบ้างว่าเราจะอยู่คนเดียวได้ไหม นั่งไปทำเลขไป รอกับข้าว คนก็มองบ้างอะไรบ้าง ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือว่าเค้ามองจริงๆ ก็ทุกคนมากันเป็นกลุ่มหมดเลยนี่หน่า สรุปก็คือ รีบๆกิน รีบๆไป
เรียนตอนบ่าย เลขพี่ต้อม เดินเข้าห้อง พี่ต้อมไม่มา ลาป่วย ต้องเรียนกับเทป ถูกเด็กม5 ไซโค ทำไมต้องไซโคด้วย เราก็ไม่เคยไปไซโคใครเข้า ความจริงแล้วถ้าเราไม่คิดเรื่องนี้ เราก็ไม่รู้สึกทุกข์ แต่เราคิดเราก็ทุกข์ แสดงว่าเราคิดถึงมันอยู่ เราอาจเคยไซโคใครไปแล้ว เราจึงคิดถึงเรื่องนี้และความรู้สึกนี้ได้
หนาวขึ้นเรื่อยๆ ในห้องเรียน ยิ่งกินโออิชิน้ำผึ้งมะนาว ก็ทำให้หนาวขึ้นอีก หนาวทั้งภายนอกและภายใน
ตัวสั่นอยู่หลายนาที ใช้เอทีพีเพิ่มพลังงานความร้อนให้เข้าสู่จุดสมดุล
คนข้างนอกคงตลก นั่งสั่นอยู่ได้ บ้าป่าว
เรียนไปเรียนมาถึงรู้ว่าผ่านไปสามวันแล้ว เรียนวันเดียว พี่ต้อมเปลี่ยนเสื้อไปสามตัว
ในห้องเรียนน่ากลัวมาก มีผู้คุมวิญญาณหนึ่งคนเป็นเพศเมียทำหน้าที่เปลี่ยนแผ่นซีดี และก็จ้องมองด้วยสายตาเหยียดหยาม ชิงชัง อาฆาต เครียดแค้น หรือความรู้สึกอะไรซักอย่างประมาณนั้น ต่อคนที่คุยกัน และโทรศัพท์ ด้วยสัญชาติญาณ ผู้คุมวิญญาณจะหันไปทันที่ที่ได้ยินเสียงแปลกปลอม เช่นเสียงโทรศัพท์มือถือเด็กนักเรียน
สิ่งที่ได้วันนี้ก็คือเทคนิกการหาโดเมนเน่ และเรนเจ๊ และ การย้อนเวลา
นาฬิกาทุกเรือนของเราตอนนี้เปลี่ยนไปเป็นนาฬิกาเวลาปากีสถาน เราจะได้อ่านหนังสือได้มากขึ้นสองชั่วโมง
เราอยากไปเวนิสมากกว่าแต่กลัวตื่นไม่ทันลงหอ
อยากดื่มน้ำ มีใครมีน้ำไหมนี่
ปล.ร่างกายมนุษย์ขาดน้ำอยู่เกือบตลอดเวลา เวลาที่เรารู้สึกกระหายน้ำคือการขาดน้ำอย่างรุนแรง
ปล.2 ปริมาณสาร แล้วไง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)











