วันพุธที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2553

โจทย์ ถ้าเลือกไปที่ไหนได้ซักที่เวลาใดสักช่วงจะไปเวลาไหน

The Great Masturbator 
           เที่ยงวันนี้หลังคาบเรียนศิลปะ และรายงานหน้าชั้นเรื่อง Salvador Dali กับ ผลงาน The great Masturbator ไปแล้ว เราชิ่งไปกินข้าวก่อนเพื่อน อาจเป็นเพราะเดินตามคนที่เดินมาก่อนแล้วคนที่เดินนำมาหายไป วันนี้กินข้าวร้านป้าอ้น ป้าตักแกงเขียวหวานให้อย่างรู้กัน ที่โต๊ะอาหารสาวๆห้องเรา กำลังคุยกันเรื่องว่าถ้าเลือกกันได้จะไปอยู่ยุคไหนกัน เพื่อนเราคนหนึ่งก็บอกว่าเราชอบยุคอดีต ในสมัยที่ทุกอย่างอุดมสมบูรณ์ ผู้คนมีอิสรเสรี โดยเฉพาะสมัยกรีก ในช่วงที่ไม่มีสงคราม มีแต่ความเจริญทางศิลปวัฒนธรรม และทุกวันนี้โลกเรากำลังเสื่อมลง ทั้งจากภัยธรรมชาติ มลพิษทางน้ำ ทางอากาศ ความเห็นแก่ตัวและเห็นแก่ได้ของมนุษย์ที่มีมากล้นเหลือ
http://www.johnpopes.com/body-soul/gattaca-the-best-inspirational-movie-ive-ever-seen-836/
              สำหรับเรา เรายังอยากไปอยู่โลกอนาคต เพราะเราคิดว่าในอนาคตทุกสิ่งทุกอย่างคงถูกจัดระเบียบเข้าที่เข้าทาง ในทุกๆด้าน ทั้งวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธุรกิจ เราคิดว่าในจุดๆหนึ่งโลกเราจะเข้าสู่จุดสมดุล ที่ทุกสิ่งจะเดินไปเรื่อย (แค่บนโลกนะ ในอนาคตเราต้องไปตั้งอาณานิคมบนดาวอื่นแน่ๆ ถ้ามนุษย์ยังอยู่่รอด) เราจะเข้าใจธรรมชาติมากขึ้น เช่น

       เราจะรู้การทำงานของสมอง ทำให้สามารถกำหนดความคิดคนได้ ทำให้ทุกสิ่งเป็นระเบียบแต่จะไม่จำกัีดความคิดที่ในปัจจุบันเรียกว่า'จินตนาการ'ให้หายไป เหมือนหนังเรื่องหนึ่ง(จำชื่อเรื่องไม่ได้)  ที่มียาที่ใช้ควบคุมความประพฤติของคนทั้งเมือง เราจะเห็นได้ว่าในหนังจะเกิดปัญหาเพราะเราจำกัดความคิดของคนมากเกินไป

      เราจะเข้าใจการทำงานของยีนทั้งหมด ทำให้เราสามารถสร้างมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบไม่ต้องกลัวโรคภัยไข้เจ็บอีกต่อไป เหมือนในหนังเีรื่อง GATTACA ที่เราสามารถคาดคะเนการเกิดโรคได้โดยดูเพียงลำดับDNA ในเรื่องจะสื่อถึงปัญหาคนสองชนชั้นคือ ชนชั้นที่ผ่านการคัดเลือกยีน กับชนชั้นล่างที่เกิดจากการปฎิสนธิโดยธรรมชาติ    

     เราจะมีระบบกำจัดมลพิษด้วยเครื่องที่สามารถเปลี่ยนโมเลกุลสารพิษไปเป็นโมเลกุลสารที่มีประโยชน์ บางทีเราอาจเปลี่ยนถ่านเป็นทองคำได้อีกด้วย ถ้าเราเข้าใจอะตอมมากพอ เหมือนในหนังสือสถาบันสถาปนา ของไอแซค อาซิมอฟ
    
     เราจะเข้าใจกฏทางฟิสิกส์มากขึ้น เราไม่มั่นใจว่าจะอธิบายได้ทั้งจักรวาลหรือเปล่า แต่ก็ต้องมากพอที่จะใช้ทำอะไรได้มากมาย ทั้งการเดินทางด้วยจรวดความเร็วสูง ความเข้าใจในสนามโน้มถ่วง คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ควอนตัมฟิสิกส์ ความเข้าใจการประพฤติตัวของอิเล็กตรอน ทฤษฏีใหม่ๆ เช่น superstring เป็นต้น

    ถ้าเราเข้าใจวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ที่เป็นพื้นฐานมากขึ้นเท่าไหร่ เทคโนโลยีก็จะพัฒนาไปมากเท่านั้น
    โลกในยุคอนาคตคงมีผู้คนจำกัดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาความขาดแคลน ประเทศต่างๆจะรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน จะไม่เกิดสงครามใดๆขึ้นอีก


             หลังจากที่เราคุยความคิดของเราให้ฟัง คนหนึ่งก็ถามว่า ถ้าเรารู้ทุกอย่างแล้วเราจะอยู่ไปเพื่ออะไร เราชอบอยู่บนความไม่รู้มากกว่า เราว่ามันไม่น่าเบื่อดี
      เราก็ว่างั้นเหมือนกัน ถ้าเรารู้ทุกอย่าง เข้าใจในสรรพสิ่ง เราก็จะไม่รู้ว่าจะอยู่ไปเพื่ออะไร แต่เราก็จะรู้ได้ว่าเราไม่ได้อยู่เพื่ออะไรซักอย่าง แต่เราอยู่เพราะเราอยู่

           ถึงแม้มนุษย์จะเป็นสิ่งที่ฉลาดซักเพียงใด มนุษย์ยังคงเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง ที่มีแรงผลักดันให้ขยายเผ่าพันธุ์เพื่อรักษา รูปแบบdna นี้ไว้ หรือเราจะกล่าวได้ว่า ความรักยังเป็นเบื้องหลังที่ขับดันมนุษย์บนโลกให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้า


Maybe Love is the answer or merely just a complicated thing

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น