วันอังคารที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2557

วันศุกร์ สุดหรรษา

เมื่อวานวันศุกร์ ผมไปโรงพยาบาลอีกครั้ง วันนี้ได้แต่ดูมาเรียทำ Echocardiogram หลายเคส ส่วนใหญ่จะเป็นมะเร็งเต้านมและปกติ มีรายหนึ่งเป็น Hodgekin lymphoma หน้าตาเหมือนสาวชาวอินเดียวัยรุ่น เคสนี้ต้องใช้คีโมอย่างรุนแรง แต่โอกาสหายนั้นมีมาก ผมเดินตามหล่อนไปตามห้องต่างๆ หล่อนทักคนไข้อย่างเป็นกันเอง ทุกคนดูรักเธอ

ผมยังไม่ได้เริ่มไปดูงานวิจัยใดๆอย่างจริงจัง หล่อนจะพาผมไปดูศูนย์การวิจัยก็อาทิตย์หน้าวันพุธ

หลังจากนั้นดอกเตอร์ลูเชียนก็นัดผมไปกินข้าวเที่ยง ผมต้องตากลมหนาวจนแทบแข็งกว่าที่เขาจะมา สิบห้านาทีแปลว่าหนึ่งชั่วโมงกว่า เขาบอกว่าเดี๋ยวขอคุยกับเจ้าหน้าที่สระว่ายน้ำก่อนเพราะเย็นนี้เขาและลูกชายจะมาว่ายน้ำกัน เขาบอกว่าเขาหย่ากับภรรยาแล้วและมีอิสรภาพเต็มที่

ผมบอกว่าหิวเต็มที ทันใดนั้นเองใครซักคนก็โทรเข้ามาที่เครื่องของเขา และพูดเป็นภาษาโรมาเนีย เขาก็บอกผมว่าต้องไปเจอกับเจ้าของแฟลตที่เขาจะซื้อก่อน เขาก็พาผมและนายหน้าขายบ้านซึ่งเป็นผู้หญิงผมบลอนด์ไปที่แฟลต (อย่างที่เคยบอกไปว่าแฟลตเหล่านี้สร้างขึ้นมากมายสมัยคอมมิวนิสต์) และเราก็เจออาคารที่เราต้องการ เราสามคนเข้าไปในห้องซึ่งอยู่ชั้นหนึ่ง เจ้าของบ้านออกมาต้อนรับ เขาเป็นผู้ชายวัยทำงาน หัวค่อนข้างล้าน ทำอาชีพทนาย เขาให้ถุงพลาสติกครอบรองเท้าของพวกเราทุกคนก่อนเดินเข้าไปในบ้าน บ้านของเขาตกแต่งอย่างสวยงาม ครัวสีขาว มีรูปภาพประดับอยู่ทั่วไป และมีชิ้นงานศิลปะน่าสนใจอยู่หลายชิ้นตั้งอยู่บนชั้น พวกเขาถามว่าบ้านหลังนี้ตีราคาเท่าไหร่ในกรุงเทพมหานคร ถ้าอยู่ใจกลางเมืองใกล้รถไฟฟ้าแบบนี้ หนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ หนึ่งห้องครัว และหนึ่งห้องนั่งเล่น แถมเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมด ผมตีว่า สิบล้านแน่นอน ผมก็เลยบอกไปว่า 300000 ดอลลาร์ ผมว่าไม่น่าผิดไปจากนี้

หลังจากที่เถียงกันและต่างฝ่ายต่างหยั่งเชิง เจ้าของบ้านให้ราคา 62000 ยูโร ส่วนดอกเตอร์ลูเชียนให้ 60000 ยูโร ไม่มากไปกว่านี้

หลังจากนั้นเขาก็พาผมไปภัตตาคารในโรงแรมแห่งหนึ่ง ที่เขาทำงานอยู่ที่นี่ ผมสั่งซุปผักโขมกลับได้ซุปมันฝรั่ง จานที่สองเป็นจานที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมาในโรมาเนีย มันเป็นไก่สอดไส้ชีสนมแพะ ราดซอสเห็ด อร่อยจนผมกินหมดไม่เหลือ

หลังจากนั้นเขาก็ไปทำธุระและบอกให้ผมรอแปปหนึ่ง แปปหนึ่งของเขาคือ สองนาที แต่เขากลับหายไปครึ่งชั่วโมง เขาพาผมไปดูห้องทำงานของเขา เป็นห้องนวดและซาวน่า ผมประหลาดใจเล็กน้อย หมอจบออกฟอร์ดมาทำงานนวดในโรงแรมเนี่ยนะ ถึงว่าเขาถึงรู้จักสมุนไพรหลายชนิด ผมชักจะสงสัยว่าเขาทำงานอะไรกันแน่

หลังจากนั้น เขาก็พาผมไปที่งานประชุมวิชาการเรื่อง ศัลยกรรมพลาสติกตา เขาบอกว่าเขาไม่รู้หรอกว่ามันจัดที่นี่พอดี เขาบอกว่านี่นะเราต้องมาเอาดิปโพลมา (ประกาศนียบัตร เข้าร่วมการประชุม) ซึ่งจะได้แต้ม และเอาไปใส่ใน CVนะ เขาก็ไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไรเพราะเขาไม่ใช่หมอตา ดอกเตอร์ลูเชียนเข้าไปคุยกับดีเทลยาหยอดตาอย่างสนิทสนม และได้ยาหยอดตามาสองขวดส่วนผมได้มาหนึ่ง เราสองคนไม่ได้ลงทะเบียนมาก่อน แต่ก็ได้บัตรเข้าร่วม และดิปโพลมา ดอกเตอร์ลูเชียนบอกว่าเขาเป็นคนชอบพบเจอผู้คน ชอบพูดชอบคุย และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ผมจัดว่าเขาเป็นหนึ่งในตัวแสบคนหนึ่งเท่าที่ผมเคยพบเจอเลยทีเดียว

ดอกเตอร์ลูเชียนยังพยายามจอดในโรงแรมให้ได้แม้ยามที่ดูแลจะบอกว่าไม่ได้

เขาชวนผมไปเรียนต่อยมวยวันจันทร์ และไปงานวันเกิดวันที่ 25 หนึ่งทุ่มตรง

ยามยังคงเคารพเขา เมื่อรู้ว่าเขาเป็นหมอ

หลังจากนั้น ดื่มกาแฟที่งานประชุมได้ซักพัก ผมขอให้เขาไปส่งที่บ้าน ผมต้องรีบไป เพราะตอนเย็นมีอีกงานหนึ่ง นั่นคือดูคอนเสิร์ตออเคสตรา

ผมนั่งรถของเพื่อนของเขา เขาขับไปส่งผมถึงหน้าโฮสเตล คนขับรถเล่าให้ฟังว่าเขาถูกโจรขึ้นบ้าน โดยเขาหลับไม่รู้เรื่อง ในบ้านมีภรรยาและลูกอีกสองคน

ผมกำลังจะเข้าโฮสเตล พอดิบพอดีที่อิซิสเดินออกมา เธอถามว่าผมไปไหนมา ส่งข้อความก็ไม่รับ จริงๆแล้วคือโทรศัพท์ของผมแบตหมดไปครึ่งวันแล้ว

ผมพบอิโออนา ผมเรียกเธอว่า ไอโออนา หล่อนบอกว่าชอบที่ผมเรียกแบบนี้ เราไปกันสี่คนมีอิโออนา แฟนของหล่อน อิซิสและผม เราดูออเคสตรา เล่นเพลงของบาค ตบมือจนมือชา และเดินทางกลับ ผมได้รู้แล้วว่ารถไฟฟ้าที่เต็มไปด้วยกราฟิตินั้นเป็นฝีมือของแก็งกราฟิติที่บุกเข้าไปพ่นสีตอนกลางคืน ในโรงละครมีออร์แกนเครื่องใหญ่ตั้งอยู่ ผมสงสัยจริงๆว่าคนที่เล่นออร์แกนนั้นรู้สึกอย่างไรเวลาที่บรรเลงแต่ละโน้ต เขาจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หยิ่งใหญ่ที่กุมโลกไว้ทั้งใบ รู้สึกว่าตัวเองเป็นกัปตันของยานเอนเตอร์ไพรซ์หรือเปล่า หรือเขาเพียงแต่รู้สึกว่าโน้ตที่เขาควรจะเล่นตัวต่อไปคืออะไร

หลังจากคอนเสิร์ต ฝนตกเปาะแปะ เราคุยกันหาทางกลับ สุดท้ายผมยกมือและบอกว่าเดินกลับกันเถอะ ทุกคนเห็นด้วยและออกเดินตากฝน ฝนเริ่มตกหนักขึ้น พวกเราทุกคนต่างเปียกปอน คนอื่นดูชอบอกชอบใจที่ผมเปียกเป็นลูกหมา อิโออนาคิดว่าคืนนี้เป็นคืนที่ฮาและสนุกที่สุดคืนหนึ่ง ผมเห็นด้วย

ผมกับอิซิสนั่งเมโทรไปลงที่อูนิรีซึ่งเป็น Old city center หรือย่านเมืองเก่า ที่มีร้านผับบาร์อาหารมากมาย ล้วนอยู่ในตึกเก่าๆ อิซิสอยากกินเคบับอย่างมาก ร้านนี้ชื่อ Dristor Kebab เป็นชื่อโรมาเนีย ผมต้องสั่งเมนูและจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์และถึงเดินไปเอาใบเสร็จไปให้คนทำเคบับนับสิบ ที่นี่มีซอสให้เลือกสามชนิด ซอสเผ็ด มะเขือเทศ และมายองเนส มีเครื่องอีกมากมายที่เขาจะถามเราว่าจะเอาไหม มีแตงกวาดอง หอม ผัก ซอสกระเทียม อร่อยดีทีเดียว และผมก็ได้น้ำมะนาวมาหนึ่งแก้ว

หลังจากนั้นก็เดินกลับ ผมถูกดักด้านหน้าด้วยเด็กขายดอกกุหลาบ อิซิสรอดพ้นไปด้วยการปฏิเสธ ส่วนผมกลับควักเงินให้แลกกับดอกกุหลาบหนึ่งดอก อิซิสหัวเราะผมยกใหญ่

คนส่วนหนึ่งอาจคิดว่า ราคาแพงเกินไป คุณถูกหลอก ขอทานขี้โกหก มีมือมีเท้าแต่ไม่ทำมาหากิน ฉันจะให้อาหารและเสื้อผ้ากับขอทานเท่านั้น เงินฉันจะไม่ให้เพราะจะส่งเสริมการค้ามนุษย์ ส่งเสริมให้คนมาขอเงินแทนที่จะทำงาน ผมกลับคิดว่า ไม่มีใครรู้จริงๆหรอกว่าชีวิตของคนๆหนึ่งนั้นผ่านอะไรมาบ้างและเหตุผลอะไรเขาถึงทำอย่างนั้น  ผมไม่เดือดร้อนอะไรเลยถ้าเงินสิบบาท ห้าสิบบาท หรือร้อยบาทจะตกไปอยู่กับคนที่ไม่มีเงินที่จะอยู่ในที่พักดีๆ ได้กินอาหารดีๆ และมีเสื้อผ้าดีๆสวมใส่ พวกเขาจะนำเงินไปทำอะไรผมไม่รู้ ผมรู้เพียงว่าคนจนยิ่งจนลง และคนรวยยิ่งรวยขึ้นจากระบบเศรษฐกิจที่เราสร้างขึ้นมา เราใช้ชีวิตอย่างสุขสบายจนลืมไปว่าคนบนโลกนั้นมีเท่าไรที่ยังไม่มีน้ำสะอาดดื่ม


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น